วันเสาร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2556

สินค้าเด็ก..กับดักความรักของพ่อแม่

  ผู้เขียนเพิ่งได้ยกระดับจาก "อา" ไปเป็น "ยาย" เมื่อไม่กี่วันมานี้เอง ฟังดูแก่เฒ่ามากมาย แต่ชีวิตจริงไม่วันใดวันหนึ่งเราทุกคนล้วนต้องแก่เฒ่าเป็นย่าเป็นยายอยู่วันยังค่ำ ในฐานะยายจึงเดินทางไปเยี่ยม "หลาน" ที่เพิ่งคลอดได้ไม่กี่วัน ที่สะดุดใจมากมายไม่ใช่หลาน ( เพราะหลานหน้าตาดีเหมือนยายอยู่แล้ว  ^^ )  แต่คือบรรดาสินค้าประดามีของเด็กทารก ซึ่งช่างมีมากมายมหาศาลยิ่งนัก ที่จำเป็นต้องใช้ก็มี แต่ที่เกินจำเป็นนั้นต่างหากที่น่าสนใจยิ่งนัก นี่คือผลงานของนักการตลาดโดยแท้ ๆ

   สมัยก่อนเมื่อมีเด็กเกิด สิ่งที่ต้องมีคือ ผ้าอ้อม เมาะสำหรับนอน เปลสำหรับไกว ขวดนม ขวดน้ำ มุ้งประทุนสำหรับนอนกลางวัน สรุปรวมค่าใช้จ่ายแค่หลักพันก็เอาอยู่ แต่วันนี้ผู้เขียนได้เห็นมหกรรมเครื่องใช้ที่มากมายแปลกหูแปลกตา อย่างน้อยพ่อแม่รุ่นใหม่ต้องจ่ายหลายหมื่นบาทแน่นอน

   พ่อแม่รุ่นใหม่ต้องมีที่นึ่งขวดนมอัตโนมัติ ราคาเกือบ 3.000 บาท ในสมัยก่อนเราแค่นึ่งในซึ้งที่ใช้นึ่งกับข้าวก็ใช้ได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องซื้อเลยแม้แต่น้อย  เปลเด็กทารกที่ออกแบบมาเก๋ไก๋แล้วตั้งราคาแพงเกือบ 5,000 บาท  ต่างกับเปลสมัยก่อนที่เป็นโครงเหล็ก รอบข้างเป็นซี่ห่างพอสมควร ลักษณะโปร่ง มีผ้ามุ้งกันไว้รอบ ราคาก็ไม่แพง นอนสบายกว้างขวางกว่าด้วยซ้ำ แม่ยุคนี้ยังต้องมีเครื่องปั๊มนมไฟฟ้าอีกต่างหาก แม่สมัยก่อนไม่เคยจำเป็นต้องใช้ แต่พอเข้าใจได้ว่าใ้ช้เพื่อเก็บนมให้ลูกกินตอนแม่ไปทำงาน  นอกจากนี้ยังมีเครื่องอุ่นนม ยังไม่รวมรถเข็นเด็กราคาเกือบหมื่นบาทที่จะต้องตามมาในอนาคต และอื่น ๆ อีกมากมายตามที่นักการตลาดจะคิดหลอกล่อเงินจากกระเป๋าพ่อแม่มือใหม่ได้

    พ่อแม่ทุกคนย่อมอยากเห็นลูกมีความสุขมากที่สุด ดังนั้นการควักสตางค์ซื้อทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับลูกจึงเป็นเรื่องที่ทุกคนพร้อมจ่ายเสมอ เพราะการซื้อสิ่งของให้ลูกเปรียบเหมือนการแทนค่าคำว่า "รัก" ยิ่งซื้อให้มากแสดงว่ายิ่งรักมาก ซึ่งเรื่องนี้นักการตลาดรู้ดี จึงผลิตสินค้ามาดูดเงินบรรดาพ่อแม่มือใหม่อย่างล้นหลาม จะหาอะไรก็ได้ จะซื้ออะไรก็มี ทั้งที่บางอย่างเพียงเราหยุดคิดจะพบว่าไม่ใช่สิ่งจำเป็นนัก แค่ใช้ไม่กี่เดือนก็อาจต้องเก็บเข้าห้องเก็บของ หรือกลายเป็นขยะในวันข้างหน้า

    " กับดักความรัก" เหล่านี้กำลังถูกสร้างขึ้นมาดูดเงินบรรดาพ่อแม่มือใหม่ หมายรวมไปถึงเสื้อผ้าเด็กโตที่ราคาตัวละเกือบพันบาท ซึ่งเด็กจำเป็นแค่ไหนที่ต้องใส่เสื้อผ้าเหล่านั้น ไม่กี่เดือนเสื้อก็คับใส่ไม่คุ้มเสียแล้ว  ถ้าพ่อแม่รวยคงไม่มีใครว่า แต่พ่อแม่ฐานะไม่ดีที่่ต้องพยายามดิ้นรนเก็บเงินกันจนหน้ามืดเพื่อซื้อให้ลูกเพราะหลงเชื่อว่าการซื้อของแพง ๆ ของดีๆ ให้ลูก เพื่อทัดเทียมกับทุกคน เป็นการแทนคำว่า "รัก" โดยหลงลืมคำว่า "จำเป็น" ไปโดยสิ้นเชิง

     พ่อแม่มือใหม่ควรระวัง"กับดักความรัก" เหล่านี้  ก่อนจะควักสตางค์ซื้อของ อย่าคิดว่าซื้อเพราะรัก แต่ขอให้คิดว่า "ซื้อ" เพราะ  "จำเป็น"  ถ้าทำได้ดังนี้แล้ว คุณจะค้นพบว่าการเป็นอิสระจากมายาการตลาดนั้นนำความสุขมาให้ชีวิตมากมายเพียงใด
-----------------------------------------------------------------------------------------------------




วันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2555

เปิดร้านออนไลน์ ขายอะไรดี?



                นี่เป็นคำเสิร์ชยอดฮิตในกูเกิลอีกคำหนึ่ง เนื่องจากปัจจุบันมีคนคิดจะขายของออนไลน์มากมาย แต่ติดขัดไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดี ซึ่งปัจจุบันการขายของออนไลน์เริ่มต้นง่ายดายมาก ตอบแบบสิ้นคิดคือใครมีของอะไรก็ไปโพสต์ขาย แต่ถ้าจะยึดเป็นอาชีพเสริมก็ควรมีหลักการสักเล็กน้อย เพื่อให้มีรายได้พอชื่นใจกันบ้าง

                หลักการคิดง่าย ๆ เริ่มต้นดังนี้


·         หาสินค้าและกลุ่มลูกค้าตัวเองให้เจอก่อน

หลายคนคิดผิดมหันต์ที่อยากจะเปิดร้านค้าออนไลน์ เพียงเพราะอยากขายสินค้าที่กำลังฮิตตามกระแสร้อนแรงในช่วงนั้น ใครเขาฮิตอะไร เราก็รีบไปหามาขายบ้าง ประมาณ รีบ ๆ ขาย รีบ ๆ ทำกำไร รีบ ๆ ไป พอเลิกฮิตก็ไปหาสินค้าฮิตอื่น ๆ มาขายต่อไปอีก ความคิดนี้ดีฟังดูดีมาก เหมือนจะเป็นโอกาสโกยกำไรงาม ๆ  แต่หารู้ไม่ว่ายิ่งสินค้าฮอตเท่าไร คู่แข่งขันก็มากขึ้นเท่านั้น ยกเว้นแต่คุณพร้อมจะสู้สุดชีวิต หรือมีแหล่งราคาถูกกว่าใคร หรือสินค้าคุณมีจุดเด่นที่แตกต่างและเหนือกว่าคนอื่น แต่ถ้าคุณไม่มีอะไรเลย เป็นแค่มือใหม่ที่มีหัวใจอยากขายของเท่านั้นเอง คุณจะพ่ายแพ้แก่ขาใหญ่ในโลกออนไลน์แน่นอน

ดังนั้นจงเลือกหาสินค้าที่คุณสนใจโดยเฉพาะ ไม่จำเป็นต้องเป็นสินค้าระดับแมสคนใช้กันเป็นล้านคน แต่เน้นกลุ่มลูกค้ากลุ่มย่อย (nich) ดีกว่า  การขายสินค้าเฉพาะกลุ่ม เป็นสินค้าที่คุณมีความสนใจและมีความชำนาญเป็นพิเศษ จะทำให้คุณมีโอกาสแจ้งเกิดได้ง่ายกว่าไปแข่งขันในตลาดใหญ่ที่ใครๆ ก็มีของและขายของเหมือนคุณ ยกตัวอย่างเช่น คุณมีฝีมือเป็นยอดนักถัก คุณก็อาจขายพวงกุญแจตุ๊กตาถักที่คิดแบบขึ้นเองหรือได้ไอเดียจากหนังสือ (แนะนำหนังสือค่าย magicknits  สำหรับไอเดียดี ๆ จากการถัก)  อาจเพิ่มความต่างเข้าไปอีก โดยมีคอลเล็คชั่น ตุ๊กตาถักสิบสองราศี เพื่อให้คนซื้อไปฝากกันในวันเกิด หรือคุณเป็นคนชื่นชอบของเก่า อาจขายหนังสือเก่า ขายของเก่า ขายแก้วกาแฟเพ้นท์ลาย ขายเสื้อยืดเพนท์เองหรือสกรีนคำเจ็บๆ  ขายกระเป๋าทำมือ ขายเสื้อผ้าน้องแมวน้องหมา ขายของเล่นเด็ก ขายเสื้อผ้ามือสอง ขายสมุดบันทึกทำมือ ขายงานฝีมือ ขายเมล็ดพันธุ์ดอกไม้  ขายเสื้อผ้านำเข้าเกาหลี ฯลฯ

คำแนะนำคือหาสินค้าสักอย่างที่คุณชอบ หลังจากนั้นให้คิดถึงกลุ่มลูกค้าว่าพอมีใครจะชอบแบบคุณไหม มีน้อยมีมากอาจไม่แน่ชัด แต่ถ้าของคุณเจ๋งจริงๆ เดี๋ยวก็ต้องมีคนตาแหลมมาเห็นจนได้


คำแนะนำสำหรับการเลือกสินค้า

1. สินค้าเฉพาะกลุ่ม จะกลุ่มไหนก็ขอให้ชัดสักกลุ่ม
2. สินค้าหายาก สินค้าไม่เหมือนใคร ไม่สามารถหาเจอทั่วไปตามท้องตลาด
3. สินค้ามีโอกาสเติบโตทางการตลาด ไม่ใช่ขายหมดแล้วหมดเลย ขายหมดแล้วต้องเลิกกิจการ หรือเป็นสินค้าที่กำลังจะตายไปจากตลาด หากจะขายเพื่อโละของเก่าคงทำได้ แต่ถ้าจะทำเป็นอาชีพควรรีบหาสินค้าที่มีอนาคตมาขายต่อทันที

·         เขียนคำบรรยายและถ่ายภาพสินค้าให้น่าสนใจ
            เมื่อได้สินค้าน่าสนใจแล้ว สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือคำอธิบายสินค้า อย่าคิดว่าไม่สำคัญ นี่คือหัวใจของการขาย ไม่เช่นนั้นบรรดานักเขียนโฆษณาคงไม่มีคนจ้างค่าตัวแพงระยับ คุณก็ควรฝึกเขียนบรรยายสินค้าให้ได้ใจความสำคัญ หลักการเขียนที่ดีคือ ใช้ภาษาง่าย อ่านเข้าใจง่าย ข้อความสื่อสารชัดเจน ไม่ต้องเขียนรำพันกันเป็นหน้ากระดาษ ประโยคเดียวขอให้โดนใจพอแล้ว

หลายครั้งพอคนเข้ามาอ่านแล้วอยากซื้อทันที เพราะคำบรรยายสรรพคุณสินค้าที่เขียนได้ตรงใจ วิธีที่จะจะเขียนให้ตรงใจลูกค้านั้นมีหลักการง่ายมาก คือขอให้คุณลองคิดเปลี่ยนข้างไปเป็นลูกค้าสินค้า ลองถามตัวเองว่าลูกค้าอยากได้อะไรจากสินค้าตัวนั้น เช่น ขายเสื้อยืด คุณก็เขียนไปว่า เสื้อยืดเนื้อผ้าดี สีสวย รับประกันคุณภาพทุกตัวไม่หดไม่ยืด รับประกันราคาไม่แพงกว่าใคร  อันนี้ตรงใจลูกค้าเสื้อยืดแน่นอน ครบถ้วนในสิ่งที่เขาต้องการ หรือถ้าคุณขายเสื้อผ้าแฟชั่น ก็ลองคิดว่าลูกค้าต้องการอะไรจากเสื้อผ้าแฟชั่น สิ่งที่เขาต้องการคือ เสื้อผ้าดีไซน์สวยเก๋ทันสมัย ใส่ไปทำงานหรือใส่ลำลอง สวมใส่ได้ทุกโอกาส เนื้อผ้าใส่สบาย ซักรีดง่าย  ราคาไม่แพง อันนี้ตรงใจลูกค้าแน่นอน ครบถ้วนตามที่คนซื้อเสื้อต้องการแน่นอน

                สิ่งที่จะกระตุ้นให้ลูกค้าเร่งซื้อสินค้าคุณมากก็คือภาพถ่าย คุณควรถ่ายภาพให้สวยเข้าไว้ ไอโฟนนั้นช่วยคุณได้มากมาย หรือหากใช้โทรศัพท์ยี่ห้ออื่น ก็ขอให้ใช้แอพพลิเคชั่นถ่ายภาพสวยช่วยได้มากทีเดียว ควรหาพร็อพหรือนางแบบหน้าตาดูดี มาประกอบสินค้า จะทำให้สินค้าน่าสนใจขึ้นอีกมาก

·         ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์คเป็นช่องทางขาย
                การมีเว็บไซต์ไว้เปิดร้านขายออนไลน์เป็นเรื่องดี แต่ปัจจุบันเราแทบไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเว็บไซต์เลยก็ได้ หากเราเพิ่งเริ่มต้นทำตลาดออนไลน์เล็ก ๆ ซึ่งไม่ต้องการเสียเงินแม้แต่บาทเดียว  ซึ่งปัจจุบันมีช่องทางขายของมหาศาลแบบฟรี ๆ รอคอยเรามากมาย
เราสามารถเริ่มต้นขายสินค้าผ่าน facebook ผ่านเว็บไซต์ pantip หรือเว็บน้องใหม่อย่าง  www.dealfish.co.thของ sanook และอีกสารพัดเว็บที่อ้าแขนต้อนรับคุณ ช่องทางที่ฮิตติดอันดับไม่แพ้ใครคือ โพสต์ภาพลง instagram และ pinterest ซึ่งหากคุณใช้ช่องทางนี้ ขอแนะนำให้ add คนมาเป็นเพื่อนเยอะ ๆ เข้าไว้

สิ่งสำคัญสุดท้ายคือ อย่าลืมตั้งราคาบวกค่าจัดส่งทางไปรษณีย์ให้เรียบร้อย ที่สำคัญต้องไม่ตั้งราคาแพงกว่าร้านค้าทั่วไปเป็นอันขาด และไม่ควรส่งสินค้าช้าเกิน 3-7 วัน เพราะลูกค้าทุกคนล้วนใจร้อนต้องการสินค้าด่วนทุกคน ยิ่งได้รับสินค้ารวดเร็วยิ่งประทับใจ

ข้อดีของร้านค้าออนไลน์ถึงจะเจ๊ง เราก็ไม่เจ็บ  ที่สำคัญคือเจ็บกี่ที เราก็ไม่ตาย หากใจสู้ซะอย่าง
          ขอให้ผู้อ่านโชคดีและร่ำรวยทุกท่าน 

ภาษากายสาวที่บอกว่าเธอสนคุณ


ภาษากายสาวที่บอกว่าเธอสนคุณ

1.ม้วนผมเล่น ถ้ากำลังคุยกันอยู่ดี ๆ สาวตรงข้ามก็ม้วนผมเล่นซะงั้น นั่นแปลว่าเธอกำลังสนคุณอย่างมาก อยากให้คุณประทับใจในตัวเธอ คงกำลังคิดอะไรเขิน ๆ อยู่ในใจ

2. จับวัสดุที่เป็นทรงมนกลมเล่น เช่น ลูบแก้วน้ำเล่น จับแกนแก้วไวน์หมุนไปมาเล่น จับต่างหูตัวเอง แอบชำเลืองมองคุณบ่อยๆ แปลว่า เธอกำลังหลงเสน่ห์คุณซะแล้ว

3. เผลอแตะเนื้อตัวเธอเองโดยไม่รู้ตัว เช่น  เดี๋ยวแตะคอ แตะหน้า แตะตัวตัวเอง โดยไม่รู้ตัว นี่เป็นภาษากายพื้นฐานมาก แสดงว่าในใจเธอกำลังคิดว่าอยากให้คุณแตะตัวเธอ

4. นั่งไขว่ห้างโดยปลายเท้าชี้มาทางคุณ เขาบอกว่าหากสาวสนใจใคร เธอมักจะเผลอชี้ปลายเท้าไปทางคนนั้น

5. เท้าคางมองคุณหรือฟังเรื่องที่คุณกำลังเล่าอย่างสนใจ หากเธอนั่งเท้าคาง จ้องมองคุณ ตั้งใจฟังเรื่องที่คุณเล่า กระพริบตาบ่อย ๆ  นั่นแสดงว่าเธอสนคุณมาก ๆ พร้อมจะเปิดโอกาสให้คุณใกล้ชิดเธอมากขึ้นอีก


           ภาษากายบอกรักได้ ลองดูว่าสาวที่คุณสนใจมีอาการนี้ไหม หากไม่มีแม้แต่ข้อเดียว หน้าก็ไม่อยากจะมอง เล่าอะไรก็ไม่อยากจะฟัง ทำหน้าเซ็งเบื่อหน่ายตลอดเวลา อันนั้นก็เป็นภาษากายเหมือนกัน แต่น่าจะเป็นภาษาบอกเลิกมากกว่านะ

วันพุธที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2555

เลิกนิสัย 10 ข้อนี้ แล้วชีวิตจะก้าวหน้า !

ทำไมชีวิตไม่ค่อยก้าวหน้า จมปลักอยู่กับที่เดิมตลอดเวลา มีผุ้สรุปนิสัย 10 ประการที่ทำให้คุณเดินย่ำอยู่กับที่ หรือไม่ก็ถอยหลังตลอด หากเลิกนิสัย 10 ข้อนี้ได้ ชีวิตจะได้ขึ้นทันที ไม่เชื่อลองดู


1. ปล่อยให้ความคิดคนอื่นควบคุมชีวิตคุณ

2. ทุกข์ใจอยู่กับความล้มเหลวในอดีต

3.หลอกตัวเองว่าไม่ต้องการ ทั้งที่ต้องการสุดขีด

4.ผัดวันประกันพรุ่งตลอด ตลอด

5.เลือกที่จะไม่ยอมทำอะไร ทั้งที่ควรทำอะไร

6.คิดว่าความต้องการตัวองถูกต้องเสมอ

7.วิ่งหนีปัํญหาแทนที่จะคิดแก้ไขปัญหา

8.หา้ขอแก้ตัวตลอด แทนที่จะตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง

9.มองแต่ด้านบวกมากเกินไป

10.ไม่อยู่กับปัจจุบัน ฝันหวานแต่อนาคต


    ใครมีครบ 10 ข้อถือว่า ป๊อกเก้าสองเด้งจริง ๆ  ชีวิตคงสาละวันเตี้ยลง ถอยหน้าถอยหลังกันอยู่ทั้งปี  รู้อย่างนี้แล้ว มาสลัดทิ้งไปทีละข้อดีกันกว่า ชีวิตจะก้าวไปข้างหน้าเสียที 






วันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2555

Let's sea เที่ยวทะเลในม่านฝน


     ปกติเดือนกันยายนฤดูฝนควรจะจากจรไปจากเรา  และน่าจะถึงเวลาของการออกเดินทางท่องเที่ยวกันได้แล้ว.. แต่เหตุการณ์หาเป็นเช่นนั้นไม่ เดือนกันยายน ปี 2555 ฟ้าฝนยังคะนอง ตกอย่างกระหน่ำหนักไม่เกรงใจใคร.. แต่ครั้นจะให้นอนจมปลักกันอยู่แต่ในบ้าน รอหมดฝนก็คงจะไม่เข้าที อย่ากระนั้นเลยเราควรออกไปยืนมองทองฟ้า และให้ฝนสาดซัดร่างกลางทะเลกันดีกว่า....

   คิดได้ดังนั้น ฉันจึงเก็บกระเป๋าตามเพื่อนหนึ่งโขลงไปเที่ยวทะเลกันตามประสาหญิงสูงวัย ที่มีนโยบายการท่องเที่ยวชัดเจนมากคือ "อยู่นิ่งๆ ขอแค่กินกับนอน" นั่นคือไม่เน้นประกอบกิจกรรมใดๆ ทั้งสิ้น ทะลใกล้ๆ อย่างพัทยา ชะอำ ก็แสนจะคราคร่ำไปด้วยผู้คน เกรงว่าจะไม่เป็นสุขในการนิ่งสงัดอย่างสงบของพวกเรา จึงจำเป็นต้องคิดขยับตัวออกไปให้ไกลอีกสักนิด ทุกคนคงคิดว่าตัวเองเป็น "ปริศนา" ดังนั้นสถานที่เป้าหมายของสาวอย่างพวกเราจึงพุ่งเป้าไปที่ "หัวหิน" นั่นเอง

  แม้เราจะชอบเพลงหัวหินสิ้นมนตร์รัก โดยเฉพาะท่อน "หัวหินเป็นถิ่นสัมพันธ์ ขาดเธอกลับพลันเงียบเหงา ฮือ ฮือ ฮือ อือ" แต่พวกเราไม่เคยเหงา และไม่เคยสิ้นรักหัวหินเลยแม้แต่น้อย ไปกี่ครั้งก็ยังรักและภักดีไม่เคยเปลี่ยนแปลง ส่วนสถานที่เราเลือกไปพักสำหรับการพักผ่อนตามคอนเซ็ปท์ "อยู่นิ่งๆ กินกับนอน"ให้สบายสุดขีดครั้งนี้  เราได้เลือก let's sea เป็นสถานที่เป้าหมาย


       เพื่อนตีนผีของฉันต้มกาแฟรสชาติไฮโซให้ทุกคนดื่มย้อมใจก่อนออกเดินทางตอนตะวันสายโด่ง และไม่เกินสองชั่วโมงหล่อนก็พาทุกคนไปกิน กุ้ง หอย ปู ปลา ที่้ร้าน lucky ที่แม้ชื่อจะไม่เหมือนร้านอาหาร แต่พานทำให้คิดถึงน้องแมวน้องหมาที่บ้าน แต่อาหารก็อร่อยคลายความหิวได้ชะงัดยิ่งนัก หลังจากนั้นเพื่อนตีนผีก็พาคณะทัวร์ไปถึง let's sea ท่ามกลางฝนตกพรำ ๆ และมหกรรมการปลูกสร้างสถานที่พักกันอย่างครึกโครมในบริเวณใกล้เคียง แต่อย่าไปสนใจมันเลย เมื่อรับกุญแจห้องพัก เราก็ก้าวเข้าสู่ที่พักที่เราหวังจะมากบดานพักผ่อนกันให้สาสมใจ...และ ณ บัดนี้ ขอเชิญทุึกท่านมาร่วมชื่นชมความงามของห้องพักกันดีกว่า จะได้รู้ว่าทำไมถึงได้ถูกใจสาวใหญ่อย่างพวกเราเป็นนักหนา เริ่มต้นจากเปิดประตูด่านแรกกันก่อนเลย
เมื่อเิปิดประตูก้าวเข้ามาในห้อง

     ก้าวแรกที่เปิดประตูเข้ามาในห้องพัก คุณจะเห็นผนังอิฐมอญตัดกับประตูไม้สีฟ้า ดูดีมีสไตล์อย่างมาก เมื่อก้าวเข้ามาถึงด้านใน จะเห็นการตกแต่งห้องพักที่ดูเก๋ไก๋อย่างพอเหมาะพอควร


เริ่มต้นจากเตียงนอนที่่มีขนาดกว้างขวางมาก จัดเตรียมไว้สำหรับนอนสองคนที่สามารถนอนดิ้นสบายๆ โดยมือและเท้าต่อให้แกว่งไกวแดนซ์กระจายขนาดไหน ก็ไม่มีวันไปพาดคอเพื่อนร่วมเตียงอย่างแน่นอน  ทำให้นอนสบายมากไม่ต้องกังวลว่าจะรบกวนเพื่อนเคียงข้าง โดยเฉพาะที่นอนและหมอนที่่ใช้วัสดุอย่างดีเลิศ ให้ความรู้สึกนุ่มนวลชวนฝันอย่างเหลือเกิน หากใครนอนแ้ล้วติดใจจะหอบกลับบ้าน  เขาก็มีจำหน่ายสามารถซื้อกลับไปนอนต่อที่บ้านได้ไม่มีปัญหาอะไร นอกจากปัญหาเรื่องเงินอย่างเดียว เพราะสนนราคาที่นอนคือหลักหมื่น และหมอนนั้นหลักพัน







        ถัดจากเตียงนอน ขอให้มองไปทางด้านซ้ายหัวเตียง จะมีกระจกใสติดผนัง เพื่อให้แสงรอดผ่านส่องสว่างยามกลางวัน ส่วนทางด้านขวาจะมีโคมไฟทรงยาวให้ความสว่างยามกลางคืน ไม่รบกวนสายตาแต่อย่างใด ถัดมาที่ผนังด้านซ้ายคือตู้เสื้อผ้าอันแสนกว้างขวาง ใส่เสื้อผ้าได้หลายโหล โดยทำเป็นประตูไม้เลื่อนเปิดปิดให้ความรู้สึกเหมือนผนังไม้สบายตาดูเป็นธรรมชาติ

    สิ่งที่โด่ดเด่นที่สุดของห้องพัก คงต้องยกให้บันไดวนที่ััตัดกับผนังสีส้ม     เราสามารถไต่บันไดขึ้นไปบนดาดฟ้าส่วนตัวของใครของมันได้อย่างสะดวกสบาย  สามารถนอนชมดาวยามกลางคืนโดยมียุงเป็นเพื่่อนได้ตลอดคืน แต่เจ้าของสถานทีี่่่่มียากันยุงเตรียมไว้พร้อมแล้ว ดังนั้นอย่าได้กลัวยุงเป็นอันขาด  นอกจากนี้เขายังเตรียมเทียนใส่ในแก้วใส ไว้ให้คุณสามารถจุดสร้างความโรแมนติคถ้ามาคนเดียว และสร้างความอีโรติคถ้ามาสองคนกับคนรักและอยากซุ่มทำบางสิ่งที่เร้าใจ ในความมืด                                                    


จุดชมวิวข้างหน้าต่าง ที่สามารถดัดแปลงเป็นที่นอนเสริมได้ สามารถนั่งเล่น นอนเล่น มองวิว มองคนว่ายน้ำในสระได้อย่างสุขใจ

ห้องน้ำกว้างขวางมาก
มินิบาร์ที่มีทุกสิ่งครบถ้วนถูกใจคนรักแอลกอฮอลล์เป็นยิ่งนัก ไม่ว่าจะเป็นเหล้า ไวน์ เบียร์ วอดก้า พร้อมกลับแกล้มอีกสาระพัด



สุดท้ายมาถึงห้องน้ำที่มีขนาดกว้างใหญ่ สามารถตั้งวงตะกร้อได้อย่างสบาย ๆ ภายในมีอ่างล้างหน้าขนาดยาวมาก สามารถล้างหน้าพร้อมกันได้สองสามคน (แต่คำถามคือจะล้างพร้อมกันไปทำไม ) มีอ่างอาบน้ำ และฝักบัว ที่แยกเป็นสัดส่วนได้เซ็กซี่ หากคิดจะอาบน้ำพร้อม ๆ กันสองคน คนหนึ่งแช่ร่างในอ่าง และเพ่งมองไปก็จะเห็นแผ่นหลังอันเปล่าเปลือยของอีกคนที่กำลังหันหลังอาบฝักบัว แค่คิดก็วาบหวิวเสียนี่กระไร

 บรรยากาศอบอุ่นและแสนสบายของห้องพัก เหมาะแก่การจมปลักพักผ่อน หยุดวันเวลาไว้ ณ ที่ตรงนั้น และหากหิวโหย ก็แค่แวะไปรับประทานอาหารอร่อยสารพัดเมนูที่ห้องอาหาร และนั่งชมทะเลกันอย่างเบิกบานหัวใจ...สามารถกึ่งนั่งกึ่งนอนไปเรื่อยๆ จนกวาจะสาแก่ใจทะเล

แม้จะเป็นการเที่ยวทะเลท่ามกลางม่านฝน..แต่ก็ทำให้เราสุขใจ คำกล่าวที่ว่า "อยู่ใต้ฟ้า จะกลัวอะไรกับฝน" นั้นเป็นจริงยิ่งนัก...หากรักจะออกเดินทาง..ก็จงก้าวเดินออกไป..ง่ายๆ แค่นั้นเอง 

ความสุขเริ่มต้นที่ปลายเท้า..ความรักอยู่ที่สุดปลายฟ้า ^ ^




Let's sea , let me be there.