วันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2555

รู้ได้อย่างไร..ว่าใครรักคุณ?


รู้ได้อย่างไร..ว่าใครรักคุณ? สัญญาณ 10 ข้อนี้คือคำตอบ

                                แค่พิมพ์คำว่า “รู้ได้อย่างไร” ในกูเกิล เสิร์ช เราก็จะเจอประโยคต่อท้ายคำถามประมาณว่า รู้ได้อย่างไรว่า..ใครชอบเรา ? รู้ได้อย่างไรว่า ใครรักเรา ?รู้ได้อย่างไรว่า.. ผู้หญิงชอบเรา ? รู้ได้อย่างไรว่า..ผู้ชายชอบเรา ? ฯลฯ นี่คือคำถามยอดฮิตที่คนนับแสนที่กำลังมีความรักอยากรู้กันนักกันหนา..  ไหน ๆ ก็เป็นคำถามยอดฮิตติดชาร์ตแล้ว ผู้เขียนขออาสาค้นหาคำตอบมาฝากให้หายสงสัยกันเสียที ว่าคนที่ออกอาการหลงรักคุณนั้นจะแสดงอาการอย่างไรบ้าง นี่คือสัญญาณ 10 ข้อที่กูรูฟันธงว่า “รักชัวร์” ดังต่อไปนี้

1. บอกรักคุณ อันนี้ชัดเจนสุด ๆ หนุ่มสาวสมัยนี้ใจกล้ากว่าเดิมมาก รักใครชอบใครก็บอกไปตรง ๆ เพราะบางทีเจอผู้ชายที่ใช่ หรือผู้หญิงที่ชอบ มัวแต่อ้ำอึ้งอยู่นั่นแหละ ไม่นานนักก็มักจะมีสุนัขคาบไปรับประทาน ดังนั้นยุคนี้รักใครชอบใครก็เลยต้องรีบตัดสินใจชิงบอกรักไปก่อน แล้วค่อยไปตายเอาดาบหน้าว่าเขาจะรักหรือไม่รักตอบ หากใครมาบอกรักคุณ ถือว่าคุณลอยลำเข้าเส้นชัยไปแล้วเกินครึ่ง แต่อย่าเพิ่งปักใจเชื่อเสียทีเดียว เพราะคำรักใคร ๆ ก็บอกได้ ต้องดูความประพฤติประกอบด้วยว่าทำอะไรที่แสดงว่ารักจริงหรือเปล่า
ภาพจาก https://www.pexels.com

2. พ่อแม่เขาหรือเธอต้อนรับคุณดีมาก พ่อแม่ที่เหมือนเป็นแนวหลัง แต่สามารถส่งสัญญาณคลื่นรับส่งถึงแนวหน้าได้ดี ลองพ่อแม่ออกอาการชอบคุณล่ะก็ แสดงว่าลูกต้องมีใจแน่ ๆ หากพ่อแม่ชวนมาบ้าน ชวนมานั่งคุยนาน ๆ ชวนกินข้าวที่บ้าน ฯลฯ อันนี้ยิ่งกว่าแน่เสียอีกว่า คุณน่าจะติดอันดับสุดที่รักของเขาและเธอบ้างแหละ

3. ดวงตาเป็นประกายเมื่อมองคุณ เวลาเขามองหน้าคุณ หากเขาชอบคุณล่ะก็ ดวงตาเขาจะเป็นประกายแวววาวปิ๊งปั๊ง อันนี้อธิบายไม่ถูก คงต้องมองตากันเอง เพราะสายตาที่บ่งบอกความรักจะมีประกายไม่เหมือนสายตาปกติ หากมองตาแล้วเห็นประกายแวววาวอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน พอสบตาแล้วใจวาบ ๆ หวิว ๆ ประมาณนั้นเมื่อไร แสดงว่างานนี้มีลุ้นแน่นอน

4.โทรหาบ่อย ๆ  โทรหาทุกวัน บางวันโทรหาหลายครั้ง บางทีไม่มีเรื่องอะไรสำคัญ แต่เพียงเพราะแกล้งฟอร์มอยากได้ยินเสียงคุณนั่นเอง อยากเล่าโน่นเล่านี้ให้ฟัง ทั้ง ๆ ที่ประเด็นน้อยนิดเหลือเกิน นอกจากนี้ยังชอบส่งข้อความมาหาคุณ ไลน์มาคุยยามว่าง มีความพยายามเปิดทุกช่องทางการสื่อสารกับคุณตลอดเวลา แสดงว่าคุณอยู่ในความสนใจของเขาแล้วอย่างแน่นอน ไปรอขึ้นแท่นได้

5. อยากทำอาหารให้คุณกิน อาการนี้มักจะเกิดกับผู้หญิง ที่อยู่ ๆ เธอก็อยากลงมือเข้าครัวทำอาหาร ทั้งที่มีฝีมือและไม่มีฝีมือ แต่การทำอาหารของเธอมีจุดมุ่งหมายเดียวคืออยากให้คุณได้ลองกินอาหารฝีมือเธอ ทุ่มเทซะขนาดนี้อันนี้ชัวร์แล้วล่ะว่าเธอโคตรชอบคุณเลย ส่วนผู้ชายคงทำอาหารไม่เป็น แต่ก็พยายามเสาะหาร้านอาหารอร่อยที่มีเมนูเด็ดที่สาวชอบ แล้วพยายามชวนไปกินตลอดเวลา อันนี้มีแววชัดเจน

6.อยู่ใกล้คุณแล้วมีความสุข ข้อนี้สังเกตไม่ยากเลย  หากเขามีอาการชอบไปไหนมาไหนกับคุณ ชวนแล้วก็ไปทุกครั้งไม่เคยปฏิเสธ และเวลาอยู่กับคุณ ก็ออกอาการร่าเริงมีความสุข ยิ้มแย้มแจ่มใสตลอดเวลา อารมณ์ดี คุยกันไม่เบื่อไม่หน่าย คุยกันได้ทั้งวันทั้งมีสาระและไม่มีสาระ อันนี้ชัดเลยแหละ แสดงว่าคุณโดนใจเขาแน่นอน

7.เพื่อนสนิทกระซิบบอก  หากอยากรู้ว่าเขาชอบคุณหรือเปล่า ต้องลองกระซิบถามเพื่อนซี้ เพราะเพื่อนซี้มักจะรู้ดีทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องหัวใจ หากเพื่อนสนิทเขาบอกว่าเขาสนคุณ ส่วนมากมักไม่พลาดหรอก

8. เล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟัง เรื่องส่วนตัวบางเรื่องที่คนอื่นไม่รู้ เพราะเขาไม่เคยเล่าให้ใครฟัง  แต่เลือกเล่าให้คุณฟังเป็นพิเศษ เช่นเรื่องตลก ๆ ฮาๆ ของเขาเอง  ปัญหาครอบครัว ปัญหาตัวเอง เรื่องเจ้านาย เรื่องกลุ้มใจ เล่าเรื่องปัญหาต่าง ๆ หรือชอบปรึกษาหารือกับคุณ ฯลฯ  แสดงว่าคุณอยู่ในข่ายคนไว้ใจของเขาหรือคนพิเศษเหนือระดับคนอื่นแล้ว โปรดจงภูมิใจได้

9. พยายามทำตัวให้ดูดีเมื่อเวลาต้องเจอคุณ สาวบางคนไปทำผม แต่งหน้าสวย แต่งตัวสวยผิดปกติ เมื่อเวลานัดพบคุณ หรือหนุ่มคนนั้นแต่งตัวหล่อ ดูดีมากเป็นพิเศษเมื่อนัดเจอคุณ นั่นแสดงว่าคุณมีความสำคัญกับเขามาก เขาอยากดูดีที่สุดในสายตาของคุณ แสดงว่าเขามีใจให้คุณแน่

10. พยายามใช้เวลาอยู่กับคุณให้มากที่สุด ในวันหยุดหรือมีเวลาว่างเมื่อใด เขาและเธอจะต้องรีบคว้าตัวคุณไว้ทันที เพราะอยากใช้เวลาอยู่ใกล้คุณมากที่สุด แสดงว่าคุณนั้นแสนจะมีค่ามากในสายตาของเขา

ลองสังเกตดูว่ามีใครออกอาการอย่างนี้กับคุณบ้างไหม  ถ้ามีก็รับรองว่าเขาตกหลุมรักคุณร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่มีเป็นอื่นแน่นอน..  แต่ถ้าโทรไปไม่อยากรับสาย ไลน์ไปก็ไม่ตอบกว่าจะตอบข้ามวันข้ามคืน วันหยุดชวนไปไหนก็ไม่อยากไป เรื่องสำคัญในชีวิตเขา คนอื่นรู้ก่อนคุณทุกครั้ง เวลาเจอคุณก็ทำท่าปกติ ไม่กระตือรือร้น เฉยเมยไปเสียทุกเรื่อง ถ้าออกอาการชัดซะขนาดนี้ ก็จงเตรียมใจไว้เหอะ โดนแน่นอน หมายถึง โดนทิ้งอ่ะนะ เตรียมหาแฟนใหม่ได้เลย

วันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2555

เปลี่ยนแปลงตัวเอง..ทำไม่ไม่สำเร็จ?

 พอถึงปีใหม่..พอถึงวันเำกิด..หลายคนมักนิยมตั้งเป้าหมายใหม่ ๆ ในชีวิต หนึ่งในนั้นมักมีเรื่องการเปลี่ยนแปลงตัวเองไปสู่สิ่งที่ดีกว่า เช่น ลดน้ำหนัก เก็บเงิน ฯลฯ แรก ๆ ก็เข้มแข็งดีหรอก..พอผ่านไปอาทิตย์หนึ่ง ก็มักกลับมาเป็นคนเก่าเหมือนเดิมเป๊ะเลย..ทำไมการเปลี่ยนอะไรสักอย่างในชีวิตมันช่างยากเย็นเสียจริงหนอ ?

  คำแนะนำที่่จะช่วยคุณให้เปลี่้ยนแปลงชีวิตไ้ด้สำเร็จคือ
1. อย่าพยายามเปลี่ยนหลายอย่างพร้อม ๆ กันในเวลาเดียวกัน หลายคนมักฮึดสู้แบบบ้าดีเดือด วันดีคืนดีก็ประกาศกึกก้องว่า ฉันจะลดน้ำหนัก ฉันจะออกกำลังกาย  ฉันจะตื่นเช้า ฉันจะฝึกโยคะ และอีกมากมายตามแต่จะนึกขึ้นได้ การแสดงแสนยานุภาพพร้อมๆ กันนั้นเป็นการกดดันตัวเองมากมายเกินไป บางคนอาจเปลี่ยนได้ครบถ้วนอย่างที่ต้องการ แต่มักไม่มั่นคงยืนยาว พอไม่นานมักจะล้มเหลวไม่เป็นท่า

   คำแนะนำคือการเปลี่ยนแ่ปลงอะไรบางอย่างเป็นเรื่องของจิตใจ ภายในใจคุณมักจะแอบต่อต้านอยู่แล้ว โดยคุณอาจไม่รู้ตัว เมื่อคุณทำอยู่ไม่นาน เสียงร่ำร้องในใจจะพยายามดึงคุณกลับไปสู่สภาพเดิม ไปหาความเคยชินเก่า ๆ สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ ดังนั้นเพื่อให้การเปลี่ยนแปลงสำเร็จ คุณจะต้องเริ่มต้นเปลี่ยนทีละอย่าง แม้จะดูไม่ท้าทาย และน่าเบื่อ แต่เชื่อเถิด การเปลี่ยนแปลงทีละอย่างคุณจะทำได้สำเร็จ ดีกว่าทำห้าสิบอย่างในเวลาเดียวกันแล้วล้มเหลวหมดทุกอย่าง

2.คิดว่าทำได้ง่าย ๆ ใช้เวลาไม่นานก็สำเร็จ นี่เป็นความเข้าใจที่ผิดพลาดมาก การเปลี่ยนแปลงนิสัยไม่ได้เกิดขึ้นภายใน 7 วันเหมือนครีมหน้าขาวหน้าสวย จากข้อมูลยืนยัึนว่าการที่คนจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้นั้นต้องทำซ้ำ ๆ อย่างน้อย 60-90 วันขึ้นไป เร็วสุดคือ 21 วัน หากทำซ้ำ ๆ ได้ประมาณนี้ จะเปลี่ยนแปลงนิสัยได้ ไม่ใช่แค่ทำวันสองวันแล้วจะสำเร็จ ฟันธง!


3. หาวิธีที่เหมาะแก่ตัวเอง อาจจะมีใครแนะนำคุณว่าต้องทำอย่างนั้น ทำอย่างนี้ แต่พอคุณทำตามเขาแล้วแสนจะอึดอัดใจ มีแต่ความทุกข์ระทมขมขื่น จงอย่าฝืนทำต่อไปเลยเพราะมองเห็นทางนรกข้างหน้าอยู่แล้วว่าวันหนึ่งคุณจะต้องเลิกแน่นอน ขอให้คุณลองดูว่าตัวเองอยากทำวิธีไหนก็ให้เลือกวิธีนั้น จะทำให้โอกาสประสบความสำเร็จมีมากขึ้น

4. อย่าคิดถึงความสุขเดิม ๆ ที่เคยทำ มีหลายคนแม้จะตั้งใจเปลี่ยนแปลงตัวเอง เช่น เลิกกินขนมหลังสี่ทุ่ม แต่ขณะที่กำลังเลิกกิน ในใจก็คิดถึงความสุขตอนกัดกินขนมตลอดเวลา เชื่อเถิดว่าไม่เกินสามวัน คุณจะย้อนกลับไปทำตัวเหมือนเดิมอีก วิธีที่ดีที่สุดคือพยายามไม่คิดถึงความสุขเก่า ๆ ที่เคยเสพติด ร่างกายอาจรู้สึกว่า โอ๊ย ฉันทนไม่ไหวแล้ว จิตใจก็พยายามชักนำคุณให้กลับไปทำตัวเหมือนเดิมอีก คุณต้องใจแข็งเข้าไว้ บอกตัวเองว่า นี่จิตใจมันกำลังหลอกล่อคุณ แต่คุณจะไม่มีวันหลงเชื่อ เพราะคุณได้เปลี่ยนตัวเองไปแล้ว เพื่อจะค้นพบสิ่งดี ๆ ยิ่งกว่าเดิม

5.อย่าปล่อยตัวเองในสุญญากาศ  การเปลี่ยนแปลงนิสัยเก่าหรือหยุดพฤติกรรมบางอย่างที่คุณตั้งใจไว้ คุณจะต้องคิดหานิสัยใหม่ที่จะมาำทำแทนที่ด้วย เพราะไม่เช่นนั้นคุณอาจตกอยู่ในสุญญากาศไม่มีอะไรทำ และจะกลับไปทำตัวเหมือนเดิม เช่น คุณตั้งใจจะไม่เล่น facebook ตอนสี่ทุ่มเป็นต้นไป ซึ่งเดิมเคยเล่นถึงเที่ยงคืน พอถึงเวลาสี่ทุ่มคุณก็ปิดเครื่อง ทำตามความตั้งใจเดิมไว้ แล้วก็นั่งเฉย ๆ ซื่อบื่อไปถึงเที่ยงคืนโดยไม่มีกิจกรรมอื่นใดมาทำแทนที่เลย เชื่อว่าไม่นานนักคุณจะกลับไปเล่น facebook อีกแน่นอน เพราะไม่มีอะไรทำ วิธีที่ดีที่สุดก็คือ เปลี่ยนนิสัยเก่า ก็ต้องการนิสัยใหม่มาทำแทนทันที เช่นหยุดเล่น facebook ก็หันมาอ่านหนังสือแทน ดูทีวี หรือนั่งสมาธิ ฯลฯ เมื่อมีกิจกรรมมาแทนที่ คุณก็จะไม่ตกอยู่ในสุญญากาศและสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้สำเร็จ

    เมื่อตั้งใจจะเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้ว จงเดินหน้าเปลี่ยนแปลงไป จะเชื่องช้าราวหอยทากก็อย่าได้หวั่นไหว.. สำเร็จทีละนิดก็ยังดีกว่าไม่ได้คิดเริ่มตันทำอะไรเลย
   เดินหน้าต่อไป..วันหนึ่งคุณจะต้องทำสำเร็จแน่นอน...








วันอังคารที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2554

หากเรา"ลด" บางอย่าง..เราจะได้ "เพิ่ม" บางสิ่ง

ศักราชใหม่นับเป็นช่วงเวลาของแรงบันดาลใจชั้นดีที่ทำให้หลายคนลุกขึ้นมาตั้งความหวังที่จะเริ่มต้นทำอะไรใหม่ ๆ ให้ชีวิต ปีใหม่ปีนี้คุณหวังจะปรับเปลี่ยนอะไรบ้าง หลายคนมักจะคิดว่าจะหาอะไร "เพิ่ม" ให้ชีวิต เช่น ซื้อรถใหม่ ซื้อข้าวของใหม่ ๆ เข้าบ้าน การเพิ่มเป็นเรื่องดีน่าจะทำให้มีความสุข แต่การ "ลด" อะไรในชีวิตน่าจะดียิ่งกว่า

ผลกระทบของน้ำท่วม ใช่เพียงท่วมบ้านเมืองเสียหายทางเศรษฐกิจ แต่ผลกระทบต่อจิตใจของผู้คนก็นับว่าเสียหาย เสียขวัญ ยากจะเยียวยาด้วยเงิน 5,000 บาทให้กลับมาดีเหมือนเดิมได้ แต่ในวิกฤตก็มักมีโอกาสเสมอ อย่างน้อยทำให้เราได้คิดแล้วว่า "การมีน้อย" ในชีวิตนั้นดีกว่า "การมีมาก" ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็ตอนย้ายข้าวของทรัพย์สินเงินทอง หนีน้ำนั่นเอง ใครมีของมากต้องยกของขึ้นที่สูงจนเหนื่อยอ่อน พอน้ำลดก็ต้องกลับมายกของลงอีกรอบ เหนื่อยกันแทบล้มประดาตายเพราะบรรดาข้าวของที่ไม่รู้ว่าเก็บไว้ทำไมกันนี่แหละ

ปีใหม่ปีนี้ เราลองมา "ลด" อะไรในชีวิตกันดีกว่า


1. แทนที่เราจะเพิ่มวัตถุสิ่งของเข้าบ้านเหมือนทุกปี ปีนี้เราควร "ลด" ของที่มีอยู่ลงไป อะไรที่ไม่ได้ใช้ให้ยกให้คนอื่น เหลือแต่ของจำเป็นเท่านั้น
2.ลดการสะสมทุกอย่าง เช่น อยากได้ อยากมี อยากเป็น แต่หันกลับมาเพิ่ม "ความสงบ"ในจิตใจให้มากขึ้น
3.ตั้งเป้าลดการใช้จ่ายลง เลิกซื้อและใช้ของฟุ่มเฟือยในแต่ละเดือน นำเงินส่วนนี้มาเพิ่มไว้ในบัญชีธนาคารดีกว่า
4.ลดการใช้พลังงาน อันเป็นส่วนหนึ่งของการก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน อันก่อให้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ ซึ่งวันนี้พวกเราทุกคนกำลังได้รับผลในสิ่งที่เราได้ทำลงไปแล้ว
5.ลดความเกียจคร้าน..และขยันขันแข็งทำการงานให้มากขึ้น พระพยอมบอกว่า คนรุ่นใหม่สมัยนี้ อย่าว่าแต่ไม่เอาถ่านเลย แม้แต่แก๊สมันยังไม่เอา (555)ไม่อยากทำงานหนัก ไม่อยากเหนื่อย แต่อยากได้เงินเดือนมาก ๆ ซึ่งในโลกแห่งความจริงมันเป็นไปได้ยากเหลือเกิน ปีใหม่นี้ลองมา "เพิ่ม"ความขยันกันอีกนิดดีกว่า

หาก"ลด" ได้จริงทั้ง 5 ประการ ปีใหม่ถัดไป ชีวิตคงจะดีขึ้นแน่นอน คุณตอบได้เอง..โดยไม่ต้องรอให้หมอลักษณ์ฟันธง !

วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2554

บทเรียนจากปลาหางนกยูง

ที่บ้านฉันมีสัตว์นานาชนิดอาศัยอยู่ร่วมกันมากมาย ทุกตัวล้วนเดินทางมาอยู่ด้วยตัวเอง ไม่มีใครเคยถามความสมัครใจของฉันเลยว่าต้องการเลี้ยงพวกมันหรือไม่

สัตว์เลี้ยงประจำบ้านคือ แมว ผู้ครอบครองพื้นที่ทุกตารางนิ้วของบ้านไว้หมดแล้ว เพียงแต่ว่าแมวยังไม่มีโฉนดเป็นของตัวเองเท่านั้นเอง แมวทุกตัวล้วนเดินเท้ามาทางภาคพื้นดินและทางหลังคา เมื่อมาถึงประตูบ้านแล้วแมวก็ล้มตัวลงนอนขวางทางเข้าออก แล้วเดินไปมาแถวนั้นไม่ยอมย้ายหนีไปที่ไหนอีกต่อไป นั่นหมายความว่าพวกแมวได้ตกลงปลงใจแล้วว่าจะอยู่ที่นี่ ให้ฉันเป็นผู้หาอาหารมาเลี้ยงดูนับแต่วันนั้นเป็นต้นไป...ทุกสิ้นเดือนฉันต้องเตรียมเงินไว้ซื้ออาหารเม็ดและทรายแมว..เพื่อพวกมัน

ฉันยังมีหมาจรจัดที่แอบเข้ามานอนในบ้านอยู่หลายตัวโดยเฉพาะเวลาฝนตกหนัก พวกหมามักไม่มีที่หลบฝน แต่ละตัวจะมายืนออหน้าบ้าน ทำตัวเหมือนเล่นมิวสิควิดิโอ คือปล่อยให้หู หาง เนื้อตัวเปียกฝนชุ่มโชกโดยไม่ยอมขยับหนีไปไหน ทำหน้าตาเศร้าสร้อยราวนางเอกอกหักรักคุด รอจนกว่าฉันจะใจอ่อนเปิดประตูให้พวกมันเข้ามาหลบในบ้าน พวกมันจะดีใจมาก กรูเข้ามาอย่างรวดเร็ว และแยกย้ายหลบตามซอกมุมลานหน้าบ้านเท่าที่พอจะซุกหลบได้ พอฝนซาทุกตัวก็จะรู้หน้าที่ รีบลุกขึ้นอออกจากบ้านไปแต่โดยดี แต่สุดท้ายก็มีอยู่ตัวหนึ่งที่ไม่ยอมออกจากบ้าน ไม่ว่าฉันจะใช้สันติวิธีพูดดีๆ จนกระทั่งเอาน้ำสาด ไม้กวาดไล่ แต่มันก็ไม่ยอมออกจากบ้านไปเสียที น้องหมาดำกลับล้มตัวลงนอนยอมตายเสียดีกว่าที่จะออกจากบ้านนี้ไป ในที่สุดฉันก็ได้หมาขี้เรื้อนสีดำหนึ่งตัวมาอยู่ในบ้าน และแน่นอนทุกสิ้นเดือนนอกจากอาหารแมว ทรายแมว ฉันต้องซื้อโครงไก่ ตับ และอาหารหมาเสริมเข้าไปอีกด้วย

เวรกรรมไม่หมดสิ้น หลายปีก่อน มีนกแก้วบินหลงทางมาจากไหนไม่ทราบได้ มันบินมาเกาะใกล้ๆ ขณะฉันที่กำลังตากผ้าริมระเบียง สร้างความตื่นตะลึงให้ฉันเป็นอย่างมาก ฉันร้องทักเล่นๆ ว่า "แก้ว แก้วจ๋า" ดั่งนรกชังสวรรค์แกล้ง นกแก้วเอียงคอมองฉันอย่างสนใจ และเดินเตาะแตะตรงมาหาฉันทันที แล้วบ้านเราก็มีนกแก้วเป็นของตัวเอง ทุกเช้านกแก้วตัวแสบจะต้องแหกปากร้องดัง แกรก แกรก ดังลั่นราวนาฬิกาปลุกไปถึงปากซอย สร้างความรำคาญให้เพื่อนบ้านยิ่งนัก ในที่สุดเราก็ตัดสินใจนำไอ้แก้วปล่อยออกจากกรง ฉันบอกมันด้วยเสียงอ่อนโยนว่า "บินไปเลยแก้ว ไปให้ไกลที่สุดนะ" นกแก้วบินไปไม่ถึงสี่เมตร แล้วยูเทิร์นกลับ เกาะที่พื้นแล้วเดินเข้าไปอยู่ในกรงด้วยตัวเอง เป็นเรื่องที่ฉันไม่เข้าใจจนถึงวันนี้ว่าทำไมนกแก้วถึงไม่หนีไป ทำไมต้องมาอยู่กับฉัน...แน่เสียยิ่งกว่าแน่..นับจากนั้น ฉันต้องซื้อ อาหารแมว ทรายแมว อาหารหมา โครงไก่ ตับ และเมล็ดทานตะวันสำหรับนกแก้วด้วย

หลังบ้านฉันยังมีครอบครัวนกเขาที่จะมาขอข้าวกินเช้าเย็น แรก ๆ ฉันนึกเอาเองว่านกเขาเป็นสัตว์ที่ไม่ฉลาด แต่ผิดคาด เพราะนกเขานั้นจำหน้าฉันได้แม่นยำราวกับญาตินก เมื่อฉันออกไปชมวิวครั้งใด แก๊งนกเขาสามช่า จะบินจากอีกฝั่งคลองมาเกาะริมรั้ว แล้วเดินไปที่จานว่างเปล่าที่ฉันชอบเอาข้าวสุกที่เหลือไปวางให้นกกิน นกเขาผงกหัวไปมามองฉันราวกับว่า "ไปเอาข้าวมาให้กินหน่อยสิจ๊ะ นี่หน้าที่เธอไม่ใช่หรือ" ฉันไปตักข้าวสุกมาวางไว้บนจาน ครอบครัวนกเขาก้มลงจิกข้าวกินอย่างมีความสุข และจะบินกลับมาเพื่อมองหาฉันและขอข้าวกินอีกครั้งตอนเย็น

หน้าที่รับใช้สรรพสัตว์ของฉัน ยังไม่จบสิ้นลง เมื่อวันหนึ่งมีผู้หวังดีนำปลาหางนกยูงมาใส่ในอ่างหน้าบ้านไว้สองตัวเพื่อช่วยกินยุง หลังจากนั้นไม่นาน ในอ่างน้ำก็มีปลาหางนกยูงนับร้อยตัว ซึ่งไม่จำเป็นต้องตรวจดีเอ็นเอก็มั่นใจได้ว่าพวกมันทั้งอ่างเป็นญาติกันหมด ในอ่างไม่มีลูกยุงหลงเหลือให้มันกินอีกต่อไป นับแต่นั้นฉันจะต้องไปซื้ออาหารปลามาฝากมันด้วย

ดังนั้นทุกสิ้นเดือน ฉันต้องซื้ออาหารแมว ทรายแมว อาหารหมา โครงไก่ ตับ เมล็ดทานตะวัน และอาหารปลา เป็นภารกิจที่เกิดขึ้นโดยไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัว

การเลี้ยงสารพัดสัตว์ของฉันกลายเป็นหน้าที่ของความเคยชิน ทุกเช้าฝูงแมวจะตื่นกันตั้งแต่หกโมงเช้า และช่วยกันร้องเรียกฉันราวนาฬิกาปลุกที่ไม่เคยถ่านหมด เมื่อฉันไม่ตื่น จะมีแมวตัวที่กล้าหาญมาถึงที่นอน และใช้มือตบหน้าเบา ๆ หากฉันพยายามคว่ำหน้า แมวก็จะสอดมือล้วงเข้าไปตบหน้าต่อไปไม่หยุดยั้ง ทางที่ดีก็คือรีบตื่นขึ้นมาให้อาหารแมวโดยด่วน การร้องขออาหารของแมวได้รับการตอบสนองอย่างรวดเร็ว เพื่อตัดความรำคาญ

เมื่อฉันลงมาชั้นล่างของบ้าน เสียงแกรก ๆ ของนกแก้วนั้นแหลมคมทะลวงโสตประสาทได้ดียิ่งนัก ทำให้ฉันต้องรีบวิ่งไปตักเมล็ดทานตะวันใส่ในกรงนกแก้วอย่างรวดเร็ว นกแก้วได้อาหารเป็นอันดับที่สอง

น้องหมาดำที่นอนใกล้ ๆ มองฉันด้วยสายตาเศร้าสร้อย มันไม่เคยร้องขออาหารใด ๆ เหมือนแมวและนก มันจึงได้กินอาหารช้ากว่าใครๆ และบางทีฉันก็ลืมให้อาหารมันจนไปถึงตอนเที่ยง หมาน้อยไม่เคยบ่น แต่ระยะหลังน้องหมาดำใช้วิธีเดินไปมาและพยายามพันแข้งพันขา ให้ฉันสำนึกได้ด้วยตัวเองว่าควรนำอาหารมาให้มันได้แล้ว น้องหมาดำได้อาหารเป็นอันดับที่สาม



สัตว์ที่น่าสงสารที่สุดคือปลาหางนกยูง ฉันมักจะลืมให้อาหารปลาหางนกยูงเกือบทุกวัน บางทีลืมเป็นอาทิตย์ เนื่องจากปลาหางนกยูงไม่เคยร้องขอหรือส่งเสียงใด ๆ ยามฉันเดินผ่านอ่างปลาหางนกยูง พวกมันทำได้แค่ว่ายมามุงกันที่ริมอ่าง ซึ่งถ้าฉันไม่สังเกตก็จะไม่มีวันเห็น ทุกวันปลาหางนกยูงไม่เคยได้อาหาร พวกมันว่ายวนไปมาด้วความหิวโหย

ฉันค้นพบว่าบางครั้งเราต้องเสียโอกาสในชีวิตมากมาย จากการเก็บงำความต้องการของตัวเอง ดูได้จากแมวและนกแก้วที่เรียกร้องสิทธิของตัวเองอย่างเต็มที่ และได้รับการตอบสนองทันที น้องหมาดำเรียกร้องเล็กน้อยก็ได้เป็นอันดับสาม และปลาหางนกยูงจะได้รับเป็นอันดับท้ายเสมอหรือไม่ได้รับอะไรเลย เพราะไม่ได้แสดงออกและเรียกร้องสิ่งที่ต้องการ

เราคงไม่อยากเป็นปลาหางนกยูง ที่ได้แต่ว่ายวนไปมา โดยไม่มีจุดหมาย ไม่เคยแสดงเจตจำนงว่าต้องการสิ่งใด สุดท้ายก็ไม่มีใครรู้ว่าเราต้องการสิ่งใด กว่าจะได้สิ่งที่ต้องการก็มักจะได้เป็นคนสุดท้ายเสมอ หรืออาจไม่เคยได้สิ่งที่หวังเลยก็ได้

อยากได้ อยากมี อยากเป็น สิ่งใด ฉันจะไม่เก็บไว้ในใจอีกแล้ว.. เราควรเรียกร้องสิ่งที่เราควรได้และลงมือทำทันที

ฉันจะร้องเสียงดังให้เหมือนแมว..แผดเสียงทำลายประสาทให้เหมือนนกแก้ว..เดินไปมาพันแข้งขาไม่หยุดให้เหมือนน้องหมา..แต่ฉันจะไม่มีวันว่ายวนไปมาโดยไม่รู้ชะตากรรมเหมือนปลาหางนกยูง


Paokuntima

9 สิงหาคม 2554