วันพุธที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2555

เลิกนิสัย 10 ข้อนี้ แล้วชีวิตจะก้าวหน้า !

ทำไมชีวิตไม่ค่อยก้าวหน้า จมปลักอยู่กับที่เดิมตลอดเวลา มีผุ้สรุปนิสัย 10 ประการที่ทำให้คุณเดินย่ำอยู่กับที่ หรือไม่ก็ถอยหลังตลอด หากเลิกนิสัย 10 ข้อนี้ได้ ชีวิตจะได้ขึ้นทันที ไม่เชื่อลองดู


1. ปล่อยให้ความคิดคนอื่นควบคุมชีวิตคุณ

2. ทุกข์ใจอยู่กับความล้มเหลวในอดีต

3.หลอกตัวเองว่าไม่ต้องการ ทั้งที่ต้องการสุดขีด

4.ผัดวันประกันพรุ่งตลอด ตลอด

5.เลือกที่จะไม่ยอมทำอะไร ทั้งที่ควรทำอะไร

6.คิดว่าความต้องการตัวองถูกต้องเสมอ

7.วิ่งหนีปัํญหาแทนที่จะคิดแก้ไขปัญหา

8.หา้ขอแก้ตัวตลอด แทนที่จะตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง

9.มองแต่ด้านบวกมากเกินไป

10.ไม่อยู่กับปัจจุบัน ฝันหวานแต่อนาคต


    ใครมีครบ 10 ข้อถือว่า ป๊อกเก้าสองเด้งจริง ๆ  ชีวิตคงสาละวันเตี้ยลง ถอยหน้าถอยหลังกันอยู่ทั้งปี  รู้อย่างนี้แล้ว มาสลัดทิ้งไปทีละข้อดีกันกว่า ชีวิตจะก้าวไปข้างหน้าเสียที 






วันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2555

Let's sea เที่ยวทะเลในม่านฝน


     ปกติเดือนกันยายนฤดูฝนควรจะจากจรไปจากเรา  และน่าจะถึงเวลาของการออกเดินทางท่องเที่ยวกันได้แล้ว.. แต่เหตุการณ์หาเป็นเช่นนั้นไม่ เดือนกันยายน ปี 2555 ฟ้าฝนยังคะนอง ตกอย่างกระหน่ำหนักไม่เกรงใจใคร.. แต่ครั้นจะให้นอนจมปลักกันอยู่แต่ในบ้าน รอหมดฝนก็คงจะไม่เข้าที อย่ากระนั้นเลยเราควรออกไปยืนมองทองฟ้า และให้ฝนสาดซัดร่างกลางทะเลกันดีกว่า....

   คิดได้ดังนั้น ฉันจึงเก็บกระเป๋าตามเพื่อนหนึ่งโขลงไปเที่ยวทะเลกันตามประสาหญิงสูงวัย ที่มีนโยบายการท่องเที่ยวชัดเจนมากคือ "อยู่นิ่งๆ ขอแค่กินกับนอน" นั่นคือไม่เน้นประกอบกิจกรรมใดๆ ทั้งสิ้น ทะลใกล้ๆ อย่างพัทยา ชะอำ ก็แสนจะคราคร่ำไปด้วยผู้คน เกรงว่าจะไม่เป็นสุขในการนิ่งสงัดอย่างสงบของพวกเรา จึงจำเป็นต้องคิดขยับตัวออกไปให้ไกลอีกสักนิด ทุกคนคงคิดว่าตัวเองเป็น "ปริศนา" ดังนั้นสถานที่เป้าหมายของสาวอย่างพวกเราจึงพุ่งเป้าไปที่ "หัวหิน" นั่นเอง

  แม้เราจะชอบเพลงหัวหินสิ้นมนตร์รัก โดยเฉพาะท่อน "หัวหินเป็นถิ่นสัมพันธ์ ขาดเธอกลับพลันเงียบเหงา ฮือ ฮือ ฮือ อือ" แต่พวกเราไม่เคยเหงา และไม่เคยสิ้นรักหัวหินเลยแม้แต่น้อย ไปกี่ครั้งก็ยังรักและภักดีไม่เคยเปลี่ยนแปลง ส่วนสถานที่เราเลือกไปพักสำหรับการพักผ่อนตามคอนเซ็ปท์ "อยู่นิ่งๆ กินกับนอน"ให้สบายสุดขีดครั้งนี้  เราได้เลือก let's sea เป็นสถานที่เป้าหมาย


       เพื่อนตีนผีของฉันต้มกาแฟรสชาติไฮโซให้ทุกคนดื่มย้อมใจก่อนออกเดินทางตอนตะวันสายโด่ง และไม่เกินสองชั่วโมงหล่อนก็พาทุกคนไปกิน กุ้ง หอย ปู ปลา ที่้ร้าน lucky ที่แม้ชื่อจะไม่เหมือนร้านอาหาร แต่พานทำให้คิดถึงน้องแมวน้องหมาที่บ้าน แต่อาหารก็อร่อยคลายความหิวได้ชะงัดยิ่งนัก หลังจากนั้นเพื่อนตีนผีก็พาคณะทัวร์ไปถึง let's sea ท่ามกลางฝนตกพรำ ๆ และมหกรรมการปลูกสร้างสถานที่พักกันอย่างครึกโครมในบริเวณใกล้เคียง แต่อย่าไปสนใจมันเลย เมื่อรับกุญแจห้องพัก เราก็ก้าวเข้าสู่ที่พักที่เราหวังจะมากบดานพักผ่อนกันให้สาสมใจ...และ ณ บัดนี้ ขอเชิญทุึกท่านมาร่วมชื่นชมความงามของห้องพักกันดีกว่า จะได้รู้ว่าทำไมถึงได้ถูกใจสาวใหญ่อย่างพวกเราเป็นนักหนา เริ่มต้นจากเปิดประตูด่านแรกกันก่อนเลย
เมื่อเิปิดประตูก้าวเข้ามาในห้อง

     ก้าวแรกที่เปิดประตูเข้ามาในห้องพัก คุณจะเห็นผนังอิฐมอญตัดกับประตูไม้สีฟ้า ดูดีมีสไตล์อย่างมาก เมื่อก้าวเข้ามาถึงด้านใน จะเห็นการตกแต่งห้องพักที่ดูเก๋ไก๋อย่างพอเหมาะพอควร


เริ่มต้นจากเตียงนอนที่่มีขนาดกว้างขวางมาก จัดเตรียมไว้สำหรับนอนสองคนที่สามารถนอนดิ้นสบายๆ โดยมือและเท้าต่อให้แกว่งไกวแดนซ์กระจายขนาดไหน ก็ไม่มีวันไปพาดคอเพื่อนร่วมเตียงอย่างแน่นอน  ทำให้นอนสบายมากไม่ต้องกังวลว่าจะรบกวนเพื่อนเคียงข้าง โดยเฉพาะที่นอนและหมอนที่่ใช้วัสดุอย่างดีเลิศ ให้ความรู้สึกนุ่มนวลชวนฝันอย่างเหลือเกิน หากใครนอนแ้ล้วติดใจจะหอบกลับบ้าน  เขาก็มีจำหน่ายสามารถซื้อกลับไปนอนต่อที่บ้านได้ไม่มีปัญหาอะไร นอกจากปัญหาเรื่องเงินอย่างเดียว เพราะสนนราคาที่นอนคือหลักหมื่น และหมอนนั้นหลักพัน







        ถัดจากเตียงนอน ขอให้มองไปทางด้านซ้ายหัวเตียง จะมีกระจกใสติดผนัง เพื่อให้แสงรอดผ่านส่องสว่างยามกลางวัน ส่วนทางด้านขวาจะมีโคมไฟทรงยาวให้ความสว่างยามกลางคืน ไม่รบกวนสายตาแต่อย่างใด ถัดมาที่ผนังด้านซ้ายคือตู้เสื้อผ้าอันแสนกว้างขวาง ใส่เสื้อผ้าได้หลายโหล โดยทำเป็นประตูไม้เลื่อนเปิดปิดให้ความรู้สึกเหมือนผนังไม้สบายตาดูเป็นธรรมชาติ

    สิ่งที่โด่ดเด่นที่สุดของห้องพัก คงต้องยกให้บันไดวนที่ััตัดกับผนังสีส้ม     เราสามารถไต่บันไดขึ้นไปบนดาดฟ้าส่วนตัวของใครของมันได้อย่างสะดวกสบาย  สามารถนอนชมดาวยามกลางคืนโดยมียุงเป็นเพื่่อนได้ตลอดคืน แต่เจ้าของสถานทีี่่่่มียากันยุงเตรียมไว้พร้อมแล้ว ดังนั้นอย่าได้กลัวยุงเป็นอันขาด  นอกจากนี้เขายังเตรียมเทียนใส่ในแก้วใส ไว้ให้คุณสามารถจุดสร้างความโรแมนติคถ้ามาคนเดียว และสร้างความอีโรติคถ้ามาสองคนกับคนรักและอยากซุ่มทำบางสิ่งที่เร้าใจ ในความมืด                                                    


จุดชมวิวข้างหน้าต่าง ที่สามารถดัดแปลงเป็นที่นอนเสริมได้ สามารถนั่งเล่น นอนเล่น มองวิว มองคนว่ายน้ำในสระได้อย่างสุขใจ

ห้องน้ำกว้างขวางมาก
มินิบาร์ที่มีทุกสิ่งครบถ้วนถูกใจคนรักแอลกอฮอลล์เป็นยิ่งนัก ไม่ว่าจะเป็นเหล้า ไวน์ เบียร์ วอดก้า พร้อมกลับแกล้มอีกสาระพัด



สุดท้ายมาถึงห้องน้ำที่มีขนาดกว้างใหญ่ สามารถตั้งวงตะกร้อได้อย่างสบาย ๆ ภายในมีอ่างล้างหน้าขนาดยาวมาก สามารถล้างหน้าพร้อมกันได้สองสามคน (แต่คำถามคือจะล้างพร้อมกันไปทำไม ) มีอ่างอาบน้ำ และฝักบัว ที่แยกเป็นสัดส่วนได้เซ็กซี่ หากคิดจะอาบน้ำพร้อม ๆ กันสองคน คนหนึ่งแช่ร่างในอ่าง และเพ่งมองไปก็จะเห็นแผ่นหลังอันเปล่าเปลือยของอีกคนที่กำลังหันหลังอาบฝักบัว แค่คิดก็วาบหวิวเสียนี่กระไร

 บรรยากาศอบอุ่นและแสนสบายของห้องพัก เหมาะแก่การจมปลักพักผ่อน หยุดวันเวลาไว้ ณ ที่ตรงนั้น และหากหิวโหย ก็แค่แวะไปรับประทานอาหารอร่อยสารพัดเมนูที่ห้องอาหาร และนั่งชมทะเลกันอย่างเบิกบานหัวใจ...สามารถกึ่งนั่งกึ่งนอนไปเรื่อยๆ จนกวาจะสาแก่ใจทะเล

แม้จะเป็นการเที่ยวทะเลท่ามกลางม่านฝน..แต่ก็ทำให้เราสุขใจ คำกล่าวที่ว่า "อยู่ใต้ฟ้า จะกลัวอะไรกับฝน" นั้นเป็นจริงยิ่งนัก...หากรักจะออกเดินทาง..ก็จงก้าวเดินออกไป..ง่ายๆ แค่นั้นเอง 

ความสุขเริ่มต้นที่ปลายเท้า..ความรักอยู่ที่สุดปลายฟ้า ^ ^




Let's sea , let me be there.















วันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2555

รู้ได้อย่างไร..ว่าใครรักคุณ?


รู้ได้อย่างไร..ว่าใครรักคุณ? สัญญาณ 10 ข้อนี้คือคำตอบ

                                แค่พิมพ์คำว่า “รู้ได้อย่างไร” ในกูเกิล เสิร์ช เราก็จะเจอประโยคต่อท้ายคำถามประมาณว่า รู้ได้อย่างไรว่า..ใครชอบเรา ? รู้ได้อย่างไรว่า ใครรักเรา ?รู้ได้อย่างไรว่า.. ผู้หญิงชอบเรา ? รู้ได้อย่างไรว่า..ผู้ชายชอบเรา ? ฯลฯ นี่คือคำถามยอดฮิตที่คนนับแสนที่กำลังมีความรักอยากรู้กันนักกันหนา..  ไหน ๆ ก็เป็นคำถามยอดฮิตติดชาร์ตแล้ว ผู้เขียนขออาสาค้นหาคำตอบมาฝากให้หายสงสัยกันเสียที ว่าคนที่ออกอาการหลงรักคุณนั้นจะแสดงอาการอย่างไรบ้าง นี่คือสัญญาณ 10 ข้อที่กูรูฟันธงว่า “รักชัวร์” ดังต่อไปนี้

1. บอกรักคุณ อันนี้ชัดเจนสุด ๆ หนุ่มสาวสมัยนี้ใจกล้ากว่าเดิมมาก รักใครชอบใครก็บอกไปตรง ๆ เพราะบางทีเจอผู้ชายที่ใช่ หรือผู้หญิงที่ชอบ มัวแต่อ้ำอึ้งอยู่นั่นแหละ ไม่นานนักก็มักจะมีสุนัขคาบไปรับประทาน ดังนั้นยุคนี้รักใครชอบใครก็เลยต้องรีบตัดสินใจชิงบอกรักไปก่อน แล้วค่อยไปตายเอาดาบหน้าว่าเขาจะรักหรือไม่รักตอบ หากใครมาบอกรักคุณ ถือว่าคุณลอยลำเข้าเส้นชัยไปแล้วเกินครึ่ง แต่อย่าเพิ่งปักใจเชื่อเสียทีเดียว เพราะคำรักใคร ๆ ก็บอกได้ ต้องดูความประพฤติประกอบด้วยว่าทำอะไรที่แสดงว่ารักจริงหรือเปล่า
ภาพจาก https://www.pexels.com

2. พ่อแม่เขาหรือเธอต้อนรับคุณดีมาก พ่อแม่ที่เหมือนเป็นแนวหลัง แต่สามารถส่งสัญญาณคลื่นรับส่งถึงแนวหน้าได้ดี ลองพ่อแม่ออกอาการชอบคุณล่ะก็ แสดงว่าลูกต้องมีใจแน่ ๆ หากพ่อแม่ชวนมาบ้าน ชวนมานั่งคุยนาน ๆ ชวนกินข้าวที่บ้าน ฯลฯ อันนี้ยิ่งกว่าแน่เสียอีกว่า คุณน่าจะติดอันดับสุดที่รักของเขาและเธอบ้างแหละ

3. ดวงตาเป็นประกายเมื่อมองคุณ เวลาเขามองหน้าคุณ หากเขาชอบคุณล่ะก็ ดวงตาเขาจะเป็นประกายแวววาวปิ๊งปั๊ง อันนี้อธิบายไม่ถูก คงต้องมองตากันเอง เพราะสายตาที่บ่งบอกความรักจะมีประกายไม่เหมือนสายตาปกติ หากมองตาแล้วเห็นประกายแวววาวอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน พอสบตาแล้วใจวาบ ๆ หวิว ๆ ประมาณนั้นเมื่อไร แสดงว่างานนี้มีลุ้นแน่นอน

4.โทรหาบ่อย ๆ  โทรหาทุกวัน บางวันโทรหาหลายครั้ง บางทีไม่มีเรื่องอะไรสำคัญ แต่เพียงเพราะแกล้งฟอร์มอยากได้ยินเสียงคุณนั่นเอง อยากเล่าโน่นเล่านี้ให้ฟัง ทั้ง ๆ ที่ประเด็นน้อยนิดเหลือเกิน นอกจากนี้ยังชอบส่งข้อความมาหาคุณ ไลน์มาคุยยามว่าง มีความพยายามเปิดทุกช่องทางการสื่อสารกับคุณตลอดเวลา แสดงว่าคุณอยู่ในความสนใจของเขาแล้วอย่างแน่นอน ไปรอขึ้นแท่นได้

5. อยากทำอาหารให้คุณกิน อาการนี้มักจะเกิดกับผู้หญิง ที่อยู่ ๆ เธอก็อยากลงมือเข้าครัวทำอาหาร ทั้งที่มีฝีมือและไม่มีฝีมือ แต่การทำอาหารของเธอมีจุดมุ่งหมายเดียวคืออยากให้คุณได้ลองกินอาหารฝีมือเธอ ทุ่มเทซะขนาดนี้อันนี้ชัวร์แล้วล่ะว่าเธอโคตรชอบคุณเลย ส่วนผู้ชายคงทำอาหารไม่เป็น แต่ก็พยายามเสาะหาร้านอาหารอร่อยที่มีเมนูเด็ดที่สาวชอบ แล้วพยายามชวนไปกินตลอดเวลา อันนี้มีแววชัดเจน

6.อยู่ใกล้คุณแล้วมีความสุข ข้อนี้สังเกตไม่ยากเลย  หากเขามีอาการชอบไปไหนมาไหนกับคุณ ชวนแล้วก็ไปทุกครั้งไม่เคยปฏิเสธ และเวลาอยู่กับคุณ ก็ออกอาการร่าเริงมีความสุข ยิ้มแย้มแจ่มใสตลอดเวลา อารมณ์ดี คุยกันไม่เบื่อไม่หน่าย คุยกันได้ทั้งวันทั้งมีสาระและไม่มีสาระ อันนี้ชัดเลยแหละ แสดงว่าคุณโดนใจเขาแน่นอน

7.เพื่อนสนิทกระซิบบอก  หากอยากรู้ว่าเขาชอบคุณหรือเปล่า ต้องลองกระซิบถามเพื่อนซี้ เพราะเพื่อนซี้มักจะรู้ดีทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องหัวใจ หากเพื่อนสนิทเขาบอกว่าเขาสนคุณ ส่วนมากมักไม่พลาดหรอก

8. เล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟัง เรื่องส่วนตัวบางเรื่องที่คนอื่นไม่รู้ เพราะเขาไม่เคยเล่าให้ใครฟัง  แต่เลือกเล่าให้คุณฟังเป็นพิเศษ เช่นเรื่องตลก ๆ ฮาๆ ของเขาเอง  ปัญหาครอบครัว ปัญหาตัวเอง เรื่องเจ้านาย เรื่องกลุ้มใจ เล่าเรื่องปัญหาต่าง ๆ หรือชอบปรึกษาหารือกับคุณ ฯลฯ  แสดงว่าคุณอยู่ในข่ายคนไว้ใจของเขาหรือคนพิเศษเหนือระดับคนอื่นแล้ว โปรดจงภูมิใจได้

9. พยายามทำตัวให้ดูดีเมื่อเวลาต้องเจอคุณ สาวบางคนไปทำผม แต่งหน้าสวย แต่งตัวสวยผิดปกติ เมื่อเวลานัดพบคุณ หรือหนุ่มคนนั้นแต่งตัวหล่อ ดูดีมากเป็นพิเศษเมื่อนัดเจอคุณ นั่นแสดงว่าคุณมีความสำคัญกับเขามาก เขาอยากดูดีที่สุดในสายตาของคุณ แสดงว่าเขามีใจให้คุณแน่

10. พยายามใช้เวลาอยู่กับคุณให้มากที่สุด ในวันหยุดหรือมีเวลาว่างเมื่อใด เขาและเธอจะต้องรีบคว้าตัวคุณไว้ทันที เพราะอยากใช้เวลาอยู่ใกล้คุณมากที่สุด แสดงว่าคุณนั้นแสนจะมีค่ามากในสายตาของเขา

ลองสังเกตดูว่ามีใครออกอาการอย่างนี้กับคุณบ้างไหม  ถ้ามีก็รับรองว่าเขาตกหลุมรักคุณร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่มีเป็นอื่นแน่นอน..  แต่ถ้าโทรไปไม่อยากรับสาย ไลน์ไปก็ไม่ตอบกว่าจะตอบข้ามวันข้ามคืน วันหยุดชวนไปไหนก็ไม่อยากไป เรื่องสำคัญในชีวิตเขา คนอื่นรู้ก่อนคุณทุกครั้ง เวลาเจอคุณก็ทำท่าปกติ ไม่กระตือรือร้น เฉยเมยไปเสียทุกเรื่อง ถ้าออกอาการชัดซะขนาดนี้ ก็จงเตรียมใจไว้เหอะ โดนแน่นอน หมายถึง โดนทิ้งอ่ะนะ เตรียมหาแฟนใหม่ได้เลย

วันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2555

เปลี่ยนแปลงตัวเอง..ทำไม่ไม่สำเร็จ?

 พอถึงปีใหม่..พอถึงวันเำกิด..หลายคนมักนิยมตั้งเป้าหมายใหม่ ๆ ในชีวิต หนึ่งในนั้นมักมีเรื่องการเปลี่ยนแปลงตัวเองไปสู่สิ่งที่ดีกว่า เช่น ลดน้ำหนัก เก็บเงิน ฯลฯ แรก ๆ ก็เข้มแข็งดีหรอก..พอผ่านไปอาทิตย์หนึ่ง ก็มักกลับมาเป็นคนเก่าเหมือนเดิมเป๊ะเลย..ทำไมการเปลี่ยนอะไรสักอย่างในชีวิตมันช่างยากเย็นเสียจริงหนอ ?

  คำแนะนำที่่จะช่วยคุณให้เปลี่้ยนแปลงชีวิตไ้ด้สำเร็จคือ
1. อย่าพยายามเปลี่ยนหลายอย่างพร้อม ๆ กันในเวลาเดียวกัน หลายคนมักฮึดสู้แบบบ้าดีเดือด วันดีคืนดีก็ประกาศกึกก้องว่า ฉันจะลดน้ำหนัก ฉันจะออกกำลังกาย  ฉันจะตื่นเช้า ฉันจะฝึกโยคะ และอีกมากมายตามแต่จะนึกขึ้นได้ การแสดงแสนยานุภาพพร้อมๆ กันนั้นเป็นการกดดันตัวเองมากมายเกินไป บางคนอาจเปลี่ยนได้ครบถ้วนอย่างที่ต้องการ แต่มักไม่มั่นคงยืนยาว พอไม่นานมักจะล้มเหลวไม่เป็นท่า

   คำแนะนำคือการเปลี่ยนแ่ปลงอะไรบางอย่างเป็นเรื่องของจิตใจ ภายในใจคุณมักจะแอบต่อต้านอยู่แล้ว โดยคุณอาจไม่รู้ตัว เมื่อคุณทำอยู่ไม่นาน เสียงร่ำร้องในใจจะพยายามดึงคุณกลับไปสู่สภาพเดิม ไปหาความเคยชินเก่า ๆ สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ ดังนั้นเพื่อให้การเปลี่ยนแปลงสำเร็จ คุณจะต้องเริ่มต้นเปลี่ยนทีละอย่าง แม้จะดูไม่ท้าทาย และน่าเบื่อ แต่เชื่อเถิด การเปลี่ยนแปลงทีละอย่างคุณจะทำได้สำเร็จ ดีกว่าทำห้าสิบอย่างในเวลาเดียวกันแล้วล้มเหลวหมดทุกอย่าง

2.คิดว่าทำได้ง่าย ๆ ใช้เวลาไม่นานก็สำเร็จ นี่เป็นความเข้าใจที่ผิดพลาดมาก การเปลี่ยนแปลงนิสัยไม่ได้เกิดขึ้นภายใน 7 วันเหมือนครีมหน้าขาวหน้าสวย จากข้อมูลยืนยัึนว่าการที่คนจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้นั้นต้องทำซ้ำ ๆ อย่างน้อย 60-90 วันขึ้นไป เร็วสุดคือ 21 วัน หากทำซ้ำ ๆ ได้ประมาณนี้ จะเปลี่ยนแปลงนิสัยได้ ไม่ใช่แค่ทำวันสองวันแล้วจะสำเร็จ ฟันธง!


3. หาวิธีที่เหมาะแก่ตัวเอง อาจจะมีใครแนะนำคุณว่าต้องทำอย่างนั้น ทำอย่างนี้ แต่พอคุณทำตามเขาแล้วแสนจะอึดอัดใจ มีแต่ความทุกข์ระทมขมขื่น จงอย่าฝืนทำต่อไปเลยเพราะมองเห็นทางนรกข้างหน้าอยู่แล้วว่าวันหนึ่งคุณจะต้องเลิกแน่นอน ขอให้คุณลองดูว่าตัวเองอยากทำวิธีไหนก็ให้เลือกวิธีนั้น จะทำให้โอกาสประสบความสำเร็จมีมากขึ้น

4. อย่าคิดถึงความสุขเดิม ๆ ที่เคยทำ มีหลายคนแม้จะตั้งใจเปลี่ยนแปลงตัวเอง เช่น เลิกกินขนมหลังสี่ทุ่ม แต่ขณะที่กำลังเลิกกิน ในใจก็คิดถึงความสุขตอนกัดกินขนมตลอดเวลา เชื่อเถิดว่าไม่เกินสามวัน คุณจะย้อนกลับไปทำตัวเหมือนเดิมอีก วิธีที่ดีที่สุดคือพยายามไม่คิดถึงความสุขเก่า ๆ ที่เคยเสพติด ร่างกายอาจรู้สึกว่า โอ๊ย ฉันทนไม่ไหวแล้ว จิตใจก็พยายามชักนำคุณให้กลับไปทำตัวเหมือนเดิมอีก คุณต้องใจแข็งเข้าไว้ บอกตัวเองว่า นี่จิตใจมันกำลังหลอกล่อคุณ แต่คุณจะไม่มีวันหลงเชื่อ เพราะคุณได้เปลี่ยนตัวเองไปแล้ว เพื่อจะค้นพบสิ่งดี ๆ ยิ่งกว่าเดิม

5.อย่าปล่อยตัวเองในสุญญากาศ  การเปลี่ยนแปลงนิสัยเก่าหรือหยุดพฤติกรรมบางอย่างที่คุณตั้งใจไว้ คุณจะต้องคิดหานิสัยใหม่ที่จะมาำทำแทนที่ด้วย เพราะไม่เช่นนั้นคุณอาจตกอยู่ในสุญญากาศไม่มีอะไรทำ และจะกลับไปทำตัวเหมือนเดิม เช่น คุณตั้งใจจะไม่เล่น facebook ตอนสี่ทุ่มเป็นต้นไป ซึ่งเดิมเคยเล่นถึงเที่ยงคืน พอถึงเวลาสี่ทุ่มคุณก็ปิดเครื่อง ทำตามความตั้งใจเดิมไว้ แล้วก็นั่งเฉย ๆ ซื่อบื่อไปถึงเที่ยงคืนโดยไม่มีกิจกรรมอื่นใดมาทำแทนที่เลย เชื่อว่าไม่นานนักคุณจะกลับไปเล่น facebook อีกแน่นอน เพราะไม่มีอะไรทำ วิธีที่ดีที่สุดก็คือ เปลี่ยนนิสัยเก่า ก็ต้องการนิสัยใหม่มาทำแทนทันที เช่นหยุดเล่น facebook ก็หันมาอ่านหนังสือแทน ดูทีวี หรือนั่งสมาธิ ฯลฯ เมื่อมีกิจกรรมมาแทนที่ คุณก็จะไม่ตกอยู่ในสุญญากาศและสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้สำเร็จ

    เมื่อตั้งใจจะเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้ว จงเดินหน้าเปลี่ยนแปลงไป จะเชื่องช้าราวหอยทากก็อย่าได้หวั่นไหว.. สำเร็จทีละนิดก็ยังดีกว่าไม่ได้คิดเริ่มตันทำอะไรเลย
   เดินหน้าต่อไป..วันหนึ่งคุณจะต้องทำสำเร็จแน่นอน...