วันจันทร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2562

เก็บเงินซื้อรถคันแรกกันดีกว่า

 

พอทำงานได้สักพัก เชื่อว่าทุกคนก็ฝันอยากมีรถสักคัน การเป็นเจ้าของรถคันแรกในชีวิตเป็นจริงได้เสมอ ถ้าเราตั้งใจแน่วแน่ที่จะเก็บเงินซื้อรถยนต์ สิ่งสำคัญคือ เก็บเงินซื้อรถคันแรก ต้องวางแผนออมเงินอย่างมืออาชีพ แล้วจะเก็บเงินอย่างไรดี?


ตรวจสอบรายได้ตัวเองให้ดีก่อน

ก่อนจะซื้อรถยนต์คันแรกซึ่งเป็นของราคาแพง เราต้องตรวจสอบรายได้ตัวเองก่อนว่าถ้าซื้อรถแล้ว เราจะยังมีอะไรกินไหม? ที่ไม่ใช่มาม่าอ่ะนะ มีรถแล้วเราต้องเอามือก่ายหน้าผากทุกสิ้นเดือนไหม? เราจะรอดไหม?

วันพุธที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2561

วิเคราะห์พฤติกรรมยุคโซเชียล...ทำไมถึงโกหก?

โกหกกันไปทำไม?

ยุคแห่งการโกหก  (ภาพจาก www.pixabay.com)
      สังคมไทยได้ก้าวเข้าสู่ยุคโกหกตอแหลอย่างเต็มรูปแบบจริงๆ  เรามีข่าวคนโกหกระดับชาติเกิดขึ้นติดๆ กันมากมาย นี่เฉพาะที่ถูกจับได้ และเชื่อว่ายังมีคนโกหกตอแหลแฝงตัวในสังคมโดยเฉพาะสังคมโซเชียลอีกมหาศาล ตั้งแต่โกหกเล็กน้อยไปจนถึงโกหกคำโต นี่ยังไม่รวมบรรดาผู้มีอำนาจวาสนาที่รอวันสิ้นอำนาจ เราก็จะค้นพบการโกหกซุกซ่อนไว้ใต้พรมอีกมากมาย

   หรือว่า การโกหก แท้จริงแล้วคือตัวยาชั้นดีที่ช่วยบรรเทาความทุกข์ใจของคนที่ไม่กล้ายอมรับความจริง โดยผ่านกระบวนการโกหกเพื่อให้รู้สึกดี  สร้างภาพที่ดี และช่วยยกเยียวยาคนที่ไม่สมหวังในชีวิตจริงให้หลุดพ้นจากความผิดหวังด้วยการโกหกตัวเองและสังคมรอบข้าง 

     การโกหกไม่ใช่เรื่องปกติแน่นอน คนที่ชอบพูดโกหกจัดอยู่ในพวกมีอาการไม่ปกติ จากการศึกษาสาเหตุที่คนที่ชอบโกหกพบว่ามีหลายสาเหตุ วันนี้เราจะมาวิเคราะห์พฤติกรรมยุคโซเชียล..ทำไมถึงโกหก?


       สาเหตุแรกสุดของทำไมถึงโกหก ก็เพราะ คิดว่าการพูดโกหกไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรนัก  การโกหกเล็กๆ น้อยๆ เป็นสิ่งที่ทำได้ ตราบใดเรื่องนั้นไม่ได้สร้างความเสียหายให้ตัวเองหรือสร้างความเสียหายให้กับใคร  คนพวกนี้จะโกหกเล็กๆ น้อยๆ ทุกวัน นานวันก็เริ่มเคยชิน โกหกไปเรื่อยเปื่อย ตราบใดที่การโกหกนั้นไม่มีใครจับได้  คนพวกนี้เราจะเจอะเจอในชีวิตจริงบ้าง คนพวกนี้จัดอยู่ในประเภทขี้โม้พูดเกินจริง

      สาเหตุที่สองโกหกเพราะไม่อยากจนมุม การโกหกแบบนี้จะเกิดขึ้นในสถานการณ์คับขันที่คนนั้นเข้าตาจน เช่นถูกจับได้ว่าทำความผิด หรือถูกกดดันเพื่อถามหาความจริงในขณะที่คนนั้นไม่สะดวกใจที่จะพูดความจริง เพราะพูดแล้วจะทำให้ตัวเองเสียหายหรือเกิดผลลบกับตัวเอง เลยต้องพยายามเอาตัวให้รอดจากสถานการณ์โดยการโกหกเพื่อให้หลุดพ้นจากการจนมุมไปให้ได้ก่อน

    สาเหตุที่สามทำไมถึงโกหกเพราะไม่อยากให้คนอื่นผิดหวัง ฟังดูเหมือนปรารถนาดีกับคนอื่น แต่จริงๆ แล้วเป็นการโกหกเพื่อให้ตัวเองดูดีในสายตาคนอื่น คนพวกนี้มักจะเป็นคนประเภทสร้างภาพให้ตัวเองเป็น "คนดี" มักได้รับการยกย่องจากสังคมและคนรอบข้าง และอยากรักษาภาพความดีของตนเองนั้นไว้ให้นานแสนนาน แต่พอถึงวันหนึ่งเกิด "โป๊ะแตก" คนดีมักจะร่ำไห้ ขอความเมตตาจากสังคม ทั้งที่จริงๆแล้วตั้งใจโกหกเพื่อพยายามปกปิดตัวเองมาโดยตลอด ถ้าจับไม่ได้ก็จะโกหกต่อไปไม่หยุด

    สาเหตุที่สี่คือมีความจำเป็นต้องโกหกต่อยอดโกหกไปเรื่อยๆ กรณีนี้จะเริ่มต้นจากการโกหกเล็กๆ น้อยๆ แต่คิดไม่ถึงเพราะเรื่องราวการโกหกจากเล็กๆ แต่ถูกแพร่กระจายไปจนกลายเป็นโกหกเรื่องใหญ่ ทำให้ต้องแต่งเรื่องโกหกต่อไปเรื่อยๆ เหมือนตกกระไดพลอยโจร จะย้อนกลับมาที่เดิมก็ไม่ได้แล้ว เพราะเรื่องโกหกมันทับซ้อนกันจนใหญ่โตไปเรื่อยๆ กรณี  "พีท แผงแตก" พ่อค้าหวยมือบอน น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด คือแก้ตัวเลขหวยเล่นๆ แต่เรื่องราวมันไปไกลเลยต้องโกหกต่อ ยิ่งโกหกยิ่งดัง เลยต้องแต่งเรื่องโกหกซ้อนโกหกเข้าไปอีกจนสุดท้าย "โป๊ะแตก"นำความเดือดร้อนมาสู่ตัวเอง

พิน็อกคิโอ คือตัวอย่างของการโกหก ทุกครั้งที่พูดโกหก จมูกจะยาวขึ้นเรื่อยๆ

       สาเหตุที่ห้าคือไม่รู้ว่านี่คือการโกหก นั่นก็คือคนที่พูดนั้นเชื่อว่าสิ่งที่เขาพูดคือเรื่องจริง อันนี้ออกแนวน่าสงสาร เพราะส่วนลึกแล้วพูดไปเพราะไม่รู้ว่าสิ่งนั้นไม่จริง  ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในหมู่คนที่เชื่อในสิ่งเร้นลับไสยศาสตร์มักจะมาแนวนี้ เช่น ส่งจดหมายนี้ต่อไปเก้าฉบับแล้วจะถูกหวย ทำสิ่งนั้นสิ่งนี้แล้วจะเกิดสิ่งมหัศจรรย์ขึ้น

       ทำไมถึงโกหกสาเหตุที่เจ็ดคือโกหกเพราะอยากให้เรื่องนั้นเกิดขึ้นจริง การโกหกแนวนี้จะเกิดกับคนที่ชีวิตจริงไม่ได้เป็นอย่างที่หวังไว้ เลยแต่งเรื่องโกหกที่อยากให้เป็นจริงขึ้นมาเสียเองเลย ตัวอย่าง บอยสกล ที่โกหกมาราธอนจากมัธยมจนกระทั่งมหาวิทยาลัย จะเห็นได้้ว่าเรื่องที่โกหกก็คือเรื่องที่เขาฝันอยากให้เกิดขึ้นในชีวิตจริงของตัวเอง

       นี่คือสาเหตุของเหตุผลที่ว่า ทำไมถึงโกหก
       อ่านมาถึงตรงนี้ อาจเกิดคำุถามว่าแล้วทำอย่างไรถึงจะไม่โกหกล่ะ
       คำแนะนำอย่างเดียวก็คือ เราต้องยอมรับความจริงทุกอย่างให้ได้ เมื่อยอมรับได้ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะต้องไปโกหกเพื่อบิดเบือนความจริงนั้น
      แล้วถ้าเรายอมรับความจริงนั้นไม่ได้จะทำอย่างไร?
      ถ้ายอมรับไม่ได้ ก็ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรหรืออธิบายสิ่งนั้นในเวลาที่เรายังทำใจไม่ได้  ใครถามก็ไม่จำเป็นต้องตอบ อาจเลี่ยงบอกไปว่ายังไม่สะดวกจะตอบ เราคงเคยเห็นนักการเมืองที่เดินหนีนักข่าว เมื่อนักข่าวถามคำถามสะเทือนซางที่ไม่อยากจะตอบ
         ไม่มีคำตอบ......ก็ยังดีกว่า "คำตอบที่โกหก" 
       เพราะความลับไม่มีในโลกนี้ 
       วันหนึ่งไม่ช้าก็เร็ว ทุกเรื่องโกหกมันมักจะสุกงอมจน "โป๊ะแตก" เข้าสักวันจนได้

วันอังคารที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2561

สะสมเหรียญอย่างไรให้รวย

      คงได้อ่านข่าวเจอบ่อยๆ ว่าร้านรับซื้อของเก่าประกาศซื้อเหรียญสลึง เหรียญบาท เหรียญห้า เหรียญสิบ ที่มีลักษณะพิเศษในราคาสูงถึง 3,000 บาทบ้าง 5,000 บาท บางเหรียญราคาสูงหลายหมื่นบาท ตลอดจนหากเราท่องเว็บชื่อดังอย่าง ebay ก็จะเห็นมีผู้นำเหรียญเก่า ธนบัตรเก่าของไทยไปวางขายในราคาสูงเช่นกัน
มูลค่าเดิมที่เพิ่มขึ้นเป็นร้อยเป็นพันเท่าถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าทีเดียว  

หากตอนนี้เราอยากจะเป็น“นักสะสมเหรียญ” กับเขาบ้างจะทำอย่างไร? 

จะเก่าทันเวลาไหม?

การสะสมของเก่าก็คือการลงทุนด้วยกาลเวลา
ใหม่วันนี้ พรุ่งนี้ก็เก่า

ดังนั้นคำตอบคือ ทัน ไม่มีอะไรสายสำหรับคนสะสมของเก่า

เก็บวันนี้ พรุ่งนี้ก็เก่าไปหนึ่งวันแล้ว ถูกไหม?
อย่ามองข้ามเหรียญต่างๆ 


เก็บสะสมเหรียญอย่างไรดี
อย่างแรกสุดการสะสมเหรียญอย่างไรให้รวย คงไม่ใช่การหยอดเหรียญลงกระปุกให้มากที่สุด คือมีเหรียญอะไรก็โกยมาเก็บๆไว้ อย่างนั้นไม่เรียกว่าการสะสมเหรียญแน่นอน เพราะเหรียญที่ใช้กันอยู่ทุกวัน ใครๆ ก็มี นั่นไม่ใช่เหรียญสะสมแน่นอน!

แล้วเหรียญแบบไหนล่ะที่ควรสะสม
คำว่า เก็บสะสมเหรียญกษาปณ์ มีความหมายกว้างมาก เพราะหมายถึงเหรียญฯ หรือเงินตราต่างๆ จากอดีตถึงปัจจุบันมีมาช้านานมากกว่า 2,500 ปี ทั้งเหรียญต่างชาติ ต่างยุค ต่างสมัย ต่างถิ่นกำเนิด มากมายเหลือคณนานับ คนทั่วไปมักสะสมเหรียญจากอารมณ์ตัวเองประมาณว่าเห็นเหรียญไหนแล้วชอบ หรือไปประเทศไหนเจอเหรียญสวยถูกใจก็จะเก็บไว้ อันนี้ถือว่าเป็นการเก็บเพื่อความสุข แต่ไม่ใช่เก็บเพื่อเป็นการสะสมเพื่อทำเงิน เพราะเหรียญเหล่านั้นอาจสวยสำหรับคุณ แต่ไม่ได้โดดเด่นในหมู่นักสะสม  ยกตัวอย่างง่ายๆ ก็คือเวลาคุณนำเหรียญที่เก็บออกมาอวดหรือเล่าว่าตัวเองมีเหรียญโน้นนี้ ปรากฏว่าใครเขาก็มีกันทั้งนั้น ลองคิดกลับกัน หากเหรียญที่คุณนำออกมาอวดโชว์ ปรากฏว่ามีคนอยากดูอยากเห็นมาก เพราะไม่เคยเห็นที่ไหน นั่นแสดงว่าคุณเริ่มมาถูกทางการสะสมเหรียญอย่างไรให้รวยแล้ว!

เริ่มต้นเป็นนักสะสมเหรียญ
วิธีเริ่มต้นจะเป็นนักสะสมเหรียญก็คือควรกำหนดและตัดสินใจให้ดีว่าจะสะสมเหรียญกษาปณ์ในกลุ่มใด ประเภทไหน ทั้งนี้ย่อมขึ้นอยู่กับความชื่นชอบของแต่ละบุคคล จะเลือกสะสมเหรียญฯ ทองแดง บรอนซ์ เงิน หรือ ทองคำ ของประเทศใด ยุคไหน สมัยใด เหรียญกษาปณ์โบราณ หรือ เหรียญกษาปณ์หมุนเวียน

          ตัวอย่างมีมากมาย หลายคนสะสมเหรียญกษาปณ์หมุนเวียน มีทุกรุ่นทุกแบบ รวมแล้วเป็นปี๊บหนักหลายร้อยกิโล หากประเมินราคากลับได้ไม่เท่ากับผู้อื่นที่มีเหรียญฯ เพียงหยิบมือ คือ มีเพียงไม่กี่เหรียญฯ ทว่าเป็นเหรียญหายากมีราคาสูง เป็นที่ต้องการของนักสะสม ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่คิดจะเริ่มเก็บเหรียญฯ เพื่อการสะสม หรือ เพื่อการลงทุน ควรทำความเข้าใจในเรื่องนี้ให้ดี การสะสม คือ การซื้อเวลา ปรากฏว่าเหรียญฯ ที่ได้เก็บสะสมมาพร้อมๆ กันเหล่านั้น บางเหรียญฯ มีราคาซื้อขายสูงมาก บางเหรียญฯ มีราคาซื้อขายไม่สูงนัก และบางเหรียญฯ มีราคาซื้อขายไม่คุ้มกับเวลาที่เสียไป

          นักสะสมเหรียญทุกผู้ทุกนามย่อมมีความทะเยอทะยานอยากได้ชื่อว่า เป็นผู้ครอบครองของมีค่าหายาก ท่านผู้ใดหากมีฝันเช่นนี้ ต้องมี ความมุ่งมั่น ความเป็นเลิศ ความเป็นที่หนึ่ง และต้องหมั่นศึกษา ค้นคว้าหาความรู้ ในกลุ่มเหรียญที่สนใจตั้งใจสะสม มีความเพียรพยายามที่จะเสาะหา ติดตามด้วยความสุขุม มีความละเอียดรอบคอบ ศึกษาเรียนรู้จากผู้มีความรู้ พยายามให้ได้เห็นและรู้จักเหรียญแท้ ต้องมีหนังสือตำราและคู่มือเหรียญสำหรับเปรียบเทียบอ้างอิง

คำแนะนำจากร้านรับซื้อเหรียญสะสม
                จะสะสมเหรียญอย่างไรให้รวย เริ่มต้นก็คือเวลาได้เหรียญหรือได้ธนบัตรมา เราควรเพ่งพิจารณานอกเหนือจากดูว่าเป็นของปลอมหรือเปล่าแล้ว สิ่งสำคัญที่นักสะสมควรสังเกตให้ดีก็คือเหรียญหรือธนบัตรมีสิ่งที่ผิดแผกจากเหรียญหรือธนบัตรทั่วไปหรือไม่ เช่น ตัวอักษร ความหนา ความมนกลม ความแวววาว ความแปลกตาไม่เหมือนเหรียญทั่วไป หากเห็นอะไรสะดุดตาให้ลองเก็บไว้ก่อน ไม่แน่คุณอาจจะโชคดีจากเหรียญสะสมก็เป็นได้
ภาพจากร้านปาหนัน จิวเวอรี่

อย่ากรณีเหรียญสลึง ปี 2500 ที่ร้านรับซื้อก็คือ ตัวหนังสือด้านหลังเหรียญ คือ ตัว พ. พาน จะต้องมีขีดลงระหว่างกลาง ไม่ได้ลงท้ายที่หางตัวอักษร ราคาซื้อสูงถึงเหรียญละ 30,000 บาทเลยทีเดียว

       สุดท้ายแล้วเหรียญหรือธนบัตรที่สะสม แม้ไม่ได้ราคาสูงเท่าที่ตั้งใจ แต่มูลค่าเดิมก็ยังคงอยู่ จะว่าไปการสะสมเงิน ไม่มีอะไรเสีย มีแต่ได้กับได้
        ได้เท่าเดิม..ได้มาก..ได้น้อย 
       มันต้องได้อะไรสักอย่างนี่แหละ







วันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2561

8 มนุษย์เจ้าปัญหาในองค์กร

หากคุณทำงานในองค์กร
รับรองเจอแน่นอน 8 มนุษย์เจ้าปัญหา!

คนพวกนี้มีคุณสมบัติเดียวกันคือ ใครหลงไปดีลงานด้วยแล้วจะปวดหัว เนื่องจากสร้างความน่ารำคาญได้อย่างเหลือเชื่อ
ว่าแล้วเรามาส่องกันดีกว่า ว่าเพื่อนร่วมงานน่าเบื่อ 8 ประเภทมีใครบ้าง

1.
มนุษย์เจ้าปัญหากลุ่มแรก เรียกว่า พวกรถถัง หรือ The Tank นิสัยรถถังคือไม่สนความทุกข์ร้อนใคร แต่ถ้าใครมาสะกิดหรือมีอะไรที่ทำให้เขาไม่พอใจ อาการรถถังเขาจะกำเริบทันที นั่นคือพุ่งเข้าชนประจันบานให้แตกหักกันไปข้างหนึ่ง ใครๆ ก็เลยไม่อยากยุ่งกะรถถัง เพราะถ้าเกิดเหตุไม่พอใจขึ้นมา เราจะโดนหนักมาก
photo:www.pixabay.com


2.
นักลอบสังหาร หรือ The Sniper อีคนพวกนี้จะซับซ้อนกว่ารถถัง เวลาพูดคุยมีปัญหาไม่พอใจอะไรเรา ก็จะแค่ยิ้มๆ ไม่ค่อยแสดงออกว่ารู้สึกอย่างไรกับเรากันแน่ แต่พอเราผิดพลาด หรือถึงมีจุดอ่อนเท่านั้นแหละคุณขา คนพวกนี้จะไม่รอช้าที่จะออกมากระทืบซ้ำทันที เรียกว่าเป็นนักซุ่มโจมตีใจเย็น

3.
ระเบิดลง หรือ The Grenade เป็นมนุษย์เจ้าปัญหาที่รับมือยากสักหน่อย เพราะพวกนางจะปกติมาก น่ารัก แสนดี ไม่เคยมีปัญหากับใคร แต่วันดีคืนดีเราไปสะกิดต่อมอะไรนางเข้า เราจะงงมากว่ามึงจะโกรธอะไรกูนักหนา พวกระเบิดจะแผลงฤทธิ์โกรธเกรี้ยวได้สุดๆ จนคุณคาดไม่ถึง ชนิดควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ใครที่มีคนพวกนี้อยู่ใกล้ตัว เรียกว่ามีโอกาสถูกกระทืบได้ง่ายๆ ทีเดียว

4.
พวกรู้ทุกเรื่อง  พวกนี้ออกแนวน่ารำคาญ เวลาประชุมถ้าเจอคนพวกนี้ เราจะซวยมาก เพราะต้องฟังพวกเขาพล่ามน้ำไหลไฟดับจนเราแทบจะหลับค่าโต๊ะ เขาจะพูดๆๆๆๆๆ เพราะถือว่า "กูรู้ดีกว่ามึง" แต่พอมีใครอยากจะแสดงความเห็น ไอ้พวกกูรู้ จะไม่ยอมฟังใคร

5
พวกทำได้หมด  นี่คือมนุษย์เจ้าปัญหาจำพวก The Yes Person  มักจะพบเจอในหมู่ข้าราชการชั้นผู้น้อย เวลานายพูดอะไร ก็จะพูดแต่ว่า "ทำได้ครับ ถูกแล้วครับท่าน จริงครับท่าน เห็นด้วยครับ คืออะไรๆ ก็รับหมด ยอมทุกอย่างเลย แต่ส่วนใหญ่แล้วทำไม่ได้อย่างที่รับปากสักอย่าง



6
พวกอะไรๆ ก็ไม่เอาซักอย่าง หรือ The No Person อีพวกนี้เวลาดีลงานด้วยแล้วคุณจะอยากกระโดดเตะก้านคอมัน ไม่ว่าจะเสนออะไรมา หรือใครเสนอไอเดียใหม่ๆ  มันก็จะคอยขัดขวาง ทำให้คุณหมดกำลังใจ บอกแต่ว่าทำไม่ได้หรอก หาข้อติแม่งทุกเรื่อง อะไรๆ ก็เป็นปัญหาหมด วันๆ สิ่งที่ได้ยินจากปากมนุษย์เจ้าปัญหากลุ่มนี้คือ ไม่ได้ ไม่ดี ไม่น่าทำ อย่าทำเลย!  ไม่ถูกต้องตามหลักการ

7.
พวกไม่ยอมบอกอะไรเลย  หรือ The Nothing Person นี่เป็นมนุษย์เจ้าปัญหาที่สามารถอยู่เนียนๆ ไปกับองค์กรได้อย่างมีความสุข สาเหตุไม่ใช่มันเก่ง แต่เพราะมันไม่ยอมบอกปัญหาอะไรเลย คนพวกนี้จะชอบทำงานเงียบๆ คนเดียว มีอะไรจะเก็บงำไว้เงียบเชียบ มีปัญหาหรือไม่พอใจอะไรก็ไม่พูด ไม่รู้อะไรก็ไม่ถาม ซุกทุกอย่างไว้ใต้พรมและนั่งทับไว้ รอจนปัญหาสุกงอมแล้วคนมาเจอนั่นแหละ ถึงจะโป๊ะแตก!



8.
มนุษย์ป้าขาวีน หรืออีพวก The Whinner คนพวกนี้อะไรๆ ก็วีนแตกได้หมดชีวิตไม่เคยมีอะไรสดชื่นเลย วีนตั้งแต่เรื่องเล็กน้อยไปจนเรื่องใหญ่ แค่เดินเข้าออฟฟิศมา ก็วีนได้ตั้งแต่ยามเปิดประตูช้า แม่บ้านเช็ดกระจกไม่สะอาด โต๊ะมีฝุ่น แก้วน้ำไม่สะอาด รำคาญเสียงเรียกเข้ามือถือคนอื่น คือเรื่องเล็กเรื่องน้อย ทุกเรื่องเป็นปัญหาหมด ไม่มีใครทำอะไรถูกใจป้าเลยสักอย่าง ใครดีลงานด้วยนี่เหนื่อยยิ่งกว่าทำนาเสียอีก

นี่แหละ 8 มนุษย์เจ้าปัญหาในองค์กรที่ชาตินี้คุณต้องพบเจอแน่ๆ เตรียมรับมือกับคนพวกนี้ให้ดีเหอะ
ในทางกลับกันถ้าหากคุณก็เป็นหนึ่งในมนุษย์ประเภทนี้ โอ๊ย..ตายๆๆๆ ขอแนะนำให้รีบปรับเปลี่ยนนิสัยตัวเองโดยเร่ง!ด่วน ถ้าไม่อยากให้เพื่อนเกลียด ! 







วันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2561

วิธีหาผู้ชายดีๆ ฉบับลับสุดยอด !

    ผู้หญิงชอบบ่นว่า "จะหาผู้ชายดีๆ ได้ที่ไหน"
   "ผู้ชายดีๆ หายไปไหนหมด"
   "มีเหลืออีกไหม..ผู้ชายดีๆ"
   
     คำตอบคือ ผู้ชายดีๆ ยังมีอยู่แน่นอน เพียงแต่ผู้ชายดีๆ มีเจ้าของหมดแล้ว !


    โยะชิโอะ ยะชุตะ นักเขียนชาวญี่ปุ่นให้คำแนะนำผู้หญิงเรื่อง "การหาผู้ชายดีๆ" ได้น่าสนใจมากที่สุด เขาเขียนไว้ว่า " ผมมักจะบอกพนักงานผู้หญิงในบริษัทว่า จะหาผู้ชายดีๆ ให้ได้ ก็ต้องหาจากผู้ชายที่มีแฟนอยู่แล้ว ไม่ใช่เลือกจากผู้ชายโสด"

   เป็นคำแนะนำที่่สาวๆ อ่านแล้วคงช็อคแป๊บนึง..
 เขาเขียนต่อไปว่า  "ผู้หญิงที่โอดครวญว่าไม่เจอผู้ชายดีๆ สักคน ส่วนใหญ่จะมองว่าผู้ชายที่มีแฟนแล้วอยู่นอกกลุ่มเป้าหมาย" เราคงเถียงกันว่า ก็แน่อยู่แล้ว ไปแย่งของคนอื่นมาได้ไงกัน

  แต่ตลาดไม่มีของดีเยี่ยมเหลืออยู่หรอก...ที่เหลืออยู่มีแต่ของไม่มีใครอยากซื้อ ซึ่งก็คือผู้ชายที่ไม่มีแฟน ต่อให้หาเท่าไรก็หาไม่เจอ
  คำแนะนำของเขาก็คือ "กฎเหล็กของการหาผู้ชายดีๆ คือ หาจากผู้ชายที่มีแฟนแล้ว"
   โยชิโอะบอกว่า ไม่ได้บอกให้ไปแย่งมา แต่....เมื่อใดที่พบผู้ชายที่ดีที่มีแฟนแล้ว
      ไม่ต้องไปแย่ง แต่ขอให้ไป"จอง" !

     เพื่อให้การหาผู้ชายดีๆ ทำได้เร็วขึ้น อย่าได้ตัดตัวเลือกเหลือแค่คนเดียว แต่ถ้าเจอผู้ชายดีๆ สักสิบคน ก็ให้ "จอง" ไว้เลยทั้งสิบคน แล้วรอๆๆๆๆๆๆ  ผู้ชายบางคนเวลาผ่านไปแค่ปีเดียว ก็มักจะเลิกกับแฟน..คุณที่ได้จองเขาไว้ ก็มีโอกาสรีบเข้ามาแทนทันที..(ว้าย..ถูกใจไหมล่ะ)
ภาฟฟรีจาก https://www.pexels.com/search/couple/


    โยชิโอะยังทิ้งท้ายไว้ว่า "สิ่งสำคัญคือเมื่อเห็นว่าผู้ชายที่คุณจองมีทีท่าจะเลิกกับแฟน ก็ขอให้คุณรีบหาลู่ทางเพื่อให้เขาติดต่อคุณได้" คุณควรสร้างฐานความรู้จักกับเขาไว้ก่อน รวมทั้งสร้างฐานจากคนรู้จักเขาเ่ช่นเพื่อนๆ ของเขา

     งานเขียนชิ้นนี้น่าสนใจตรงโยชิโอะบอกว่า ทีกระเป๋ายอดฮิต ขนมเค้กดังๆ ผู้หญิงยังอดทนไปยืนรอต่อคิวได้เป็นนานสองนาน เพื่อจะได้ผู้ชายดีๆ มาสักคน การไปจองและรอไว้ล่วงหน้าเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้วที่จะได้ผู้ชายดีๆ มาเป็นของเรา..

     คำแนะนำนี้ก็เข้าท่าดีเหมือนกัน การ"จอง"ผู้ชายดีๆ ไว้สักสิบคน ก็น่าจะมีสักคนหลุดมาถึงมือเราบ้างล่ะ ยิ่งสมัยนี้คนเลิกกันง่ายจะตาย

     ลองทำตามที่เขาบอกแระกัน ผู้ชายดีๆ หายาก.. แต่จองได้..จองเลยแระกัน 
คำเตือน แค่ไปจอง แต่อย่าไปแย่ง! อย่าได้ไปวุ่นวายขณะที่เขายังรักกับภรรยา
 มิฉะนั้น คุณอาจจะตายก่อนจะได้ผู้ชายมาเชิยชม 


(ข้อมูลจาก หนังสือเรื่อง ทิ้ง 1 ให้ได้ 100 ทิ้งน้อยให้ได้มาก เขียนโดย โยะชิโอะ ยะซุดะ สำนักพิมพ์ welearn)


อ่านเรื่องต่อไป "รู้ได้อย่างไรว่าใครรักคุณ"



       

วันจันทร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ทำ "ฟาร์มฝัน" ให้เป็น "ฟาร์มจริง" ง่ายนิดเดียวเอง..

เชื่อว่าหนึ่งในความฝันเก๋ๆ ของเราทุกคนก็จะมี ไปทำไร่ ไปทำเกษตร ปลูกผักอินทรีย์ ใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ มีความสุขท่ามกลางชีวิตธรรมชาติ มีน้อยใช้น้อย แต่มีความสุขมากๆ ฯลฯ 
อะไรประมาณนี้แหละ
ภาพจากhttp://www.farmfhun.com/


แต่ความฝันนี้มักจะค้างเติ่งอยู่ในหัว..ไม่เป็นจริงเสียที
 ติดอยู่ที่ตรงไหนเหรอ?
ติดตรงที่ไม่สตางค์ไงล่ะ แหม ถามได้เนอะ เราจะเอาสตางค์ที่ไหนไปซื้อที่ล่ะ
ที่ดินดีๆ ไม่ได้ถูกๆ นะ อย่างน้อยก็ควรต้องเก็บเงินให้ได้หลายแสนถึงจะทำฟาร์มฝันให้เป็นความจริงได้
ไม่รู้จะต้องเก็บเงินกันอีกนานไหม?
ฮือๆ คิดแล้วเศร้าใช่ไหม?
หยุด! ก่อน ไม่ต้องเศร้ากันอีกต่อไปแล้ว
เพราะมีคนไอเดียดีๆ เขาได้อาสาทำ "ฟาร์มฝัน" ของคุณให้กลายเป็นจริงได้ง่ายนิดเดียวโดยไม่ต้องมีเงินแสนก็สามารถจำลองชีวิต "เจ้าของไร่" ได้ไม่ยากเลย
เรามารู้จักกับสองหนุ่มไอทีไอเดียบรรเจิดที่อาสามาสร้างฟาร์มฝันของคุณให้เป็นจริง !
สร-สรธรรม เกตตะพันธุ์”  และ “โก้-ชิชาวัฒน์ วชิรสุวรรณ” สร้างธุรกิจฟาร์มฝันนี้ขึ้นมาเพื่อสานฝันคนอยากทำเกษตรให้เป็นจริง ด้วยแนวคิดที่ว่า
“คนส่วนใหญ่ทำงานประจำ ไม่มีเวลา ไม่มีที่ดิน และไม่มีความรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์ แต่อยากทำการเกษตร และทำทันทีโดยไม่ต้องรอ เราเลยอาสามาแก้ปัญหานี้”
ไอเดียง่ายๆ ของเขาเริ่มต้นจากแบ่งพื้นที่ให้คนที่อยากจะทำฟาร์มฝันให้มาเช่าทำเกษตรอินทรีย์จากพวกเขา โดยจะมีให้เลือกตั้งแต่ขนาดเล็ก 25 ตารางเมตร ไปจน 100 ตารางเมตร เรียกว่าตั้งแต่มือสมัครเล่น 1 งาน ยันไปถึงมืออาชีพจริงจัง 1 ไร่ โดยลูกค้าสามารถเลือกพืชผักที่จะปลูกได้ ขณะที่พวกเขาจะเตรียมดิน เพาะปลูก ดูแล และเก็บเกี่ยวผลผลิตให้ แลกกับ ค่าเช่า และค่าบริหารจัดการในฟาร์ม รวมถึงค่าบริการพิเศษอื่นๆ แล้วแต่ความต้องการของผู้ว่าจ้างว่าจะต้องการอะไรบ้าง
สนนราคาค่าเช่าฟาร์มก็ไม่แพงมาก

ระหว่างนั้นผู้เช่าฟาร์มฝันสามารถลงพื้นที่เพื่อไปดูผลผลิตของตัวเองได้ตลอดเวลา หรือถ้าไม่มีเวลาก็สามารถติดตามความเคลื่อนไหวฟาร์มของตัวเองได้ง่ายๆ ผ่านแอพพลิเคชั่นแพลทฟอร์ม ช่างทันสมัยถูกใจคนรุ่นใหม่ซะเหลือเกิน หรือไม่ก็ติดตามฟาร์มของตัวเองได้ผ่านทางไลน์  ซึ่งทีมงานจะรายงานผลให้รับทราบเป็นระยะ เรียกว่าไม่พลาดที่จะเห็นพืชในไร่เติบโตอย่างช้าๆ ราวกำลังทำฟาร์มจริงในพื้นที่กันเลยทีเดียว 
ส่วนค่าบริการเริ่มต้นก็แค่พันกว่าบาทต่อเดือน ไปจนสูงสุดเดือนละหลักหมื่นบาท ขึ้นกับขนาดของพื้นที่ และบริการเสริมที่ผู้เช่าต้องการ อันนี้ก็แล้วแต่กำลังเงินที่เราพอใจ แลกกับความสุขของคำว่าเจ้าของ "ฟาร์มฝัน" เรียกว่าคุ้มทีเดียว
ธุรกิจที่ตอบสนอง "ฟาร์มฝัน" นั้นตอบโจทย์ได้ดีเยี่ยมมาก ปัจจุบันเฟซบุ๊ค “ฟาร์มฝัน วันหยุด” ของสองหนุ่มมีผู้ติดตามหลายหมื่นราย มีผู้สนใจไปใช้บริการกันอุ่นหนาฝาคั่งทีเดียว คุณลองไปส่องดูได้ 
ใครที่เคยฝันอยากมีไร่เป็นของตัวเอง อย่าเพิ่งด่วนไปซื้อที่ หรือลาออกจากงาน ลองมาเริ่มต้นทำฟาร์มฝันให้เป็นจริงแบบทดลองกันก่อนดีกว่า แล้วถ้าหากชอบจริงๆ ก็ค่อยหอบเงินแสนไปหาซื้อที่สร้างฝันกันจริงๆ จังๆ 
สนใจลองแวะไปเที่ยวชมกันก่อน 
ม่แน่หรอกนะ ฟาร์มฝันเล็กๆ ที่คุณเริ่มต้นในวันนี้อาจต่อยอดให้คุณกลายเป็นเกษตรอินทรีย์ที่ประสบความสำเร็จในอนาคตก็ได้ใครจะรู้ แล้วถึงแม้คุณลองทำไปแล้ว อาจพบว่าไม่ได้อยากทำเกษตรจริงจังแบบเป็นอาชีพ แต่อย่างน้อยคุณก็จะได้ผลผลิตเกษตรอินทรีย์จากฟาร์มฝันที่ปลูกด้วยความสุขของตัวคุณเอง ไม่มีอะไรเสียหรอกว่ามะ?
ชีวิตดีๆ เราสร้างเองได้เสมอ


ข้อมูลสถานที่ตั้ง

ฟาร์มฝัน ปากช่อง

ตำบล วังกะทะ อำเภอ ปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา 30130
โทรศัพท์: 099 149 0991
วันเวลาทำการฟาร์ม: วันเสาร์, อาทิตย์, พุธ เวลา 9.00-16.00 น.
หรือ แจ้งนัด วัน/เวลา ล่วงหน้า

  




วันศุกร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2559

ออกจากงาน แล้วจะไปทำอาชีพอะไรดี?

หลายคนเบื่องานประจำอยากลาออกจากงาน  แต่ไม่รู้จะทำอาชีพอะไรดี?
หรือบางคนถูกให้ออกจากงานโดยไม่คาดคิด ได้แต่นั่งคิด แต่ก็คิดไม่ออกว่าจะประกอบอาชีพอะไรดี
นี่คือคำถามยอดฮิตที่หลายคนกำลังนั่งกุมขมับเพราะไม่รู้จริงๆ ว่าจะไปทำอาชีพอะไรดี? อาชีพไหนที่เหมาะกับตัวเองมากท่ี่สุด และสุดท้ายที่ยังงุนงงสงสัยก็คือไม่รู้ว่าตัวเองชอบทำอาชีพอะไรกันแน่ ?

ภาพจาก https://www.pexels.com


ไปทำอาชีพอะไรดี?
เรามาลองหาคำตอบไปด้วยกันตามคำแนะนำดังต่อไปนี้
ข้อแรกคือ คุณมีงานอดิเรกอะไร? เวลาว่างชอบทำอะไร?
งานอดิเรกที่เราชอบทำนั่นแหละคือคำตอบว่าอาจจะกลายเป็นอาชีพที่คุณชอบก็ได้ เช่น วันหยุดคุณชอบทำขนม ชอบถักนิตติ้ง ชอบปลูกต้นไม้ ชอบเล่นดนตรี ชอบร้องเพลง ชอบวาดภาพ ชอบเล่นเกม ชอบเล่นเน็ต ทั้งหมดนี้สามารถต่อยอดไปเป็นอาชีพใหม่คุณได้ ลองลิสต์งานอดิเรกสุดโปรดของคุณขึันมาสิ อาจพบคำตอบได้ว่าจะไปทำอาชีพอะไรดี?

ข้อสองคือ หัวข้ออะไรที่เวลาคุยกับเพื่อนแล้วคุยได้นานมากที่สุด แสดงว่าเรื่องน้้นคือเรื่องที่คุณสนใจมากๆ ในชีวิต เมาท์มอยได้ไม่เบื่อไม่หน่าย ลองนึกๆ ดูว่าคุณคลั่งไคล้อะไรเป็นพิเศษบ้างไหม นั่นอาจต่อยอดและตอบโจทย์ที่ว่าจะไปทำอาชีพอะไรดี? ได้

ข้อสามคือ คุณชอบอ่านหรือชอบเรียนอะไรมากเป็นพิเศษ 
คุณดิ้นรนไปฟังเสวนาเรื่องไหนบ่อยๆ หรือถึงกับยอมเสียเงินเพื่อลงเรียนคอร์สอะไรเป็นพิเศษไหม นั่นแสดงว่าคุณชอบสิ่งนั้นมากๆ อาจจะเป็นอาชีพหนึ่งที่คุณสามารถทำได้ดีก็ได้

ข้อสี่คือ คุณเคยฝันเล่นๆ ไหมว่าถ้าไม่ทำงานประจำ ถ้าปลดเกษียณ หรือถ้าประสบความสำเร็จแล้ว คุณอยากทำอะไรมากที่สุด 
นั่นแหละใช่เลย อาชีพในฝันที่คุณอยากทำในชีวิตจริง ตอนนี้อาจต้องขอมาทำก่อน ลองลิสต์รายชื่อสิ่งเหล่านี้ออกมา เชื่อว่าจะต้องได้ไม่น้อยกว่า 3-4 อาชีพแน่ๆ คราวนี้ก็ลองคัดให้เหลืออาชีพที่ชอบที่สุดออกมาให้ได้ และนั่นอาจเป็นหนึ่งในคำตอบว่าจะไปทำอาชีพอะไรดี?

   บางคนบอกว่าก็ยังตัดสินใจไม่ได้อยู่ดีว่าจะไปทำอาชีพอะไรดี? ในรายชื่ออาชีพที่ลิสต์ออกมาแล้ว
คำแนะนำสุดท้ายก็คือ ทำมันให้หมดทุกอย่างที่คุณชอบ  !
บางคนบอก "เฮ้ย..ทำไม่ไหวหรอก"
 ก็นั่นไง อันไหนทำไม่ไหวก็ตัดออกไปสิ  ถ้าทำไหวก็ทำไป พอทำไปสักพัก คุณจะค่อยตัดอาชีพออกไปเรื่อยๆ
       สุดท้ายจะเหลืออาชีพที่ชอบและทำได้ในชีวิตจริง ส่วนเรื่องอาชีพนั้นจะทำเงินได้มากหรือน้อย เรื่องนั้นคงจะต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม แต่ถ้าหากเราเริ่มอาชีพที่เรารัก เชื่อว่าหนทางข้างหน้าไม่ว่าจะเหนื่อยหนักหนาแค่ไหน เราจะมีพลังพิเศษสามารถฟ้นฝ่าอุปสรรคไปจนพบความสำเร็จในที่สุด
       สู้กันต่อไป..เดินทีละก้าวแม้จะช้าก็ดีกว่าไม่ได้ก้าวเดินเลย 

   









วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2559

เที่ยวกระท่อมลุงจรณ์ ละลานตาไปกับแคกตัส

ละลานตากับแคกตัสหลากสายพันธุ์
      กระท่อมลุงจรณ์ อยู่เมืองปทุมธานี เป็นที่เลืองลือว่าเป็นแหล่งรวมแคกตัสมากมายหลากหลายชนิดที่สุด  ใครที่เป็นสาวกแคกตัสจึงไม่ควรพลาดที่จะสละวันหยุดไปส่องกระท่อมลุงจรณ์กันสักครั้ง รับรองว่าไปแล้วคุ้มแน่ๆ เพราะที่นี่มีแคกตัสหลากหลายสายพันธุ์ ตั้งแต่ต้นเล็กจิ๋วระดับราคา 20-30 บาท ไปจนถึงหลักพันหลักหมื่นกันเลยทีเดียว

ต้นนี้้ิ 150 บาท ออกดอกไม่มีอั้น
      ที่กระท่อมลุงจรณ์มีการจัดวางแคกตัสไว้อย่างเป็นระเบียบสวยงาม ไปถึงต้องเรียกว่าสติแตกกันเลยทีเดียว อยากได้ไปหมดทุกต้น ที่นี่จะไม่มีป้ายราคาติดไว้ เพราะแคกตัสนั้นมีหลายขนาดหลายพันธุ์มาก หากเราสนใจทางร้านจะให้เราหยิบมาใส่่ถาดพลาสติกไว้ แล้วไปวางไว้เพื่อให้เขาบอกราคาก่อน ซึ่งเมื่อทราบราคาแล้ว คุณสามารถตัดสินใจได้ว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อก็ได้ ไม่มีการว่ากัน
       แคกตัสต้นเล็กไม่ได้หมายความว่าราคาถูก เพราะบางต้นกว่าจะโตต้องใช้เวลาแสนนาน ยิ่งแคกตัสหน้าตาเก๋ๆ ก็จะมีราคาเก๋ๆ ให้คุณอึ้งได้เช่นกัน

      ไหนๆ ก็ร้อนจนตับแล่บแล้ว ลองแวะซื้อแคกตัสสร้างบรรยากาศให้เหมือนอยู่ทะเลทรายไปซะเลยดีไหม



ละลานตา รุ่นนี้ไม่แพง 30  บาท



วันเสาร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2558

ธุรกิจร้านนวด..คนธรรมดาก็ทำได้

        ธุรกิจร้านนวด..คุณทำได้

       หนึ่งในอาชีพที่อยู่คู่สังคมไทยมานานแสนนานคือหมอนวด ตอนเด็ก ๆ เราคงเคยเห็นคุณป้าคุณยายที่มารับนวดตามบ้านทั่วไป สนนราคาค่านวดในยุคนั้นแค่  20-50 บาท เป็นอาชีพที่ทำรายได้พอเลี้ยงตัวไปวัน ๆ ไม่ได้ร่ำรวยอะไรมาก เมื่อเวลาผ่านไปหลายสิบปี ไม่น่าเชื่อว่าอาชีพเล็ก ๆ นี้ก็ยังคงอยู่ และได้ถูกพัฒนาจนกลายเป็นธุรกิจ SME ยอดฮิต กลายเป็นธุรกิจของคนรุ่นใหม่ ที่สำคัญปัจจุบันธุรกิจนวดเพื่อสุขภาพและสปามีมูลค่าตลาดรวมกว่าหมื่นล้านบาท และยังเป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มว่าจะรุ่งเรืองในยุค AEC  อีกด้วย

                สิ่งที่น่าสนใจสำหรับธุรกิจร้านนวดแผนไทยคือคนธรรมดาก็สามารถทำธุรกิจได้ ตั้งแต่ชาวบ้านที่ไม่ต้องมีการศึกษาสูงมาก มีเงินหลักหมื่นจนถึงนักธุรกิจมีเงินหลักล้านก็ทำได้เช่นกัน ทั้งหมดใช้หลักการทำธุรกิจคล้ายกันเพียงแต่ต่างกันที่ขนาดธุรกิจเท่านั้นเอง

                หากกำลังคิดทำธุรกิจส่วนตัวเล็ก ๆ หรือคิดทำยิ่งใหญ่  และตัวคุณมีใจรักงานบริการพร้อมจะอดทนอย่างถึงที่สุด  ลองคิดถึงธุรกิจร้านนวดแผนไทย  ธุรกิจซึ่งใครๆ ก็ทำได้..และหนึ่งในนั้นอาจจะเป็น “คุณ”



                                                                                                               
ใคร ๆ ก็ทำธุรกิจนวดไทยได้

                แค่อ่านประโยคแรกคุณก็มีความหวังแล้ว เพราะธุรกิจนวดไทยไม่ได้สูงส่งจนคนธรรมดาอย่างพวกเราเอื้อมไม่ถึง คำว่า “ใคร ๆ ก็ทำได้” นั่นย่อมหมายความว่า “คุณ” ก็คือคนหนึ่งที่อยู่ในจำนวนนั้นที่ทำได้ด้วย คนธรรมดาทำได้ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าทำตัวธรรมดา ๆ แล้วจะประสบความสำเร็จได้ คนทุกคนหากต้องการก้าวหน้ากว่าธรรมดาก็ต้องทำอะไรให้มากกว่าเดิม

                สูตรของการทำธุรกิจใด ๆ ก็ตามจะต้องเริ่มต้นจาก “แรงบันดาลใจ” ที่อยากทำสิ่งนั้น คุณมีแรงบันดาลใจพอไหมที่จะเริ่มต้นทำธุรกิจร้านนวด



ลูกประคบ สิ่งสำคัญสำหรับร้านนวดแผนไทย
     คงไม่มีใครนวดเป็นมาตั้งแต่เกิด ดังนันหากอยากเป็นเจ้าของธุรกิจนวด สิ่งแรกที่ควรทำคือ ไปเรียนนวด ปัจจุบันมีทั้งเรียนฟรี และเรียนเสียเงิน เรียนจนนวดเป็นเสียก่อน แล้วคราวนี้มาดูขั้นตอนการเปิดร้านกันบ้าง 
ขั้นตอนการเปิดธุรกิจร้านนวด
                การทำธุรกิจจะมีสูตรเริ่มต้นแทบจะเหมือนกันหมดก็คือ ก่อนลงมือทำธุรกิจใด ๆ ก็ตามเราจะต้อง
  •        รู้ลึก รู้จริง ทุกขั้นตอนกระบวนการทำธุรกิจ
  •        รู้ว่ากลุ่มลูกค้าคือใคร อยู่ที่ไหน ทำไมเขาต้องการสินค้าและบริการจากคุณ
  •        รู้วิธีการทำตลาด รู้ว่าจะขายอย่างไร ทำอย่างไรให้ลูกค้าสนใจ ติดใจ มาใช้บริการแล้วก็อยากกลับมาใช้ซ้ำอีก
  •        รู้แหล่งเงินทุน ทุนเริ่มต้นเราอาจจะมี แต่หากต้องการเพิ่มการผลิต ขยายกิจการ ขาดสภาพคล่อง เราจะหาแหล่งเงินทุนได้จากไหน
  •        รู้วิธีรักษาธุรกิจให้อยู่ในตลาดยาวนานที่สุด 

เงินลงทุน
คำนวนใช้จ่ายร้านนวดไทยชนิดราคาประหยัดที่สุด !
           เราลองคำนวณเงินในกระเป๋าคุณคร่าว ๆ ว่าพอจะเปิดร้านไหวไหม เริ่มต้นการลงทุนอุปกรณ์ที่ต่ำที่สุดคือ 50,000 บาท

   มีแรงบันดาลใจ มีเงินลงทุน มีความพร้อม แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือทำอย่างไรให้ร้านนวดประสบความสำเร็จ

     คุณเสาวลักษณ์ เจียรประวัติ คนธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ทำร้านนวดประคบทอง ที่จังหวัดชลบุรี จนประสบความสำเร็จ ปัจจุบันเปิดขยายไปแล้วถึง 4 สาขา และยังได้รับรางวัลธุรกิจมากมาย เช่น เช่น รางวัลมาตรฐานการนวดไทยของกรมการแพทย์แผนไทยและกรมการแพทย์ทางเลือก ระดับดีเยี่ยม ประจำปี 2557 ได้รับรางวัลสุดยอด SMEs แห่งชาติ ครั้งที่ 6   ได้รับรางวัล happy workplace ในปี 2557 ได้เล่าประสบการณ์ของการทำร้านนวดของเธอตั้งแต่เริ่มต้นไปจนประสบความสำเร็จไว้ในหนังสือทั้งหมด หากท่านใดอยากทำธุรกิจร้านนวด รับรองว่า 
            
             อ่านเล่มนี้เล่มเดียว เปิดร้านได้แน่นอน !!
                   ลงทุน 119 บาท สร้างอาชีพได้




วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2558

ขุดค้นความคิด..จะทำธุรกิจส่วนตัวอะไรดี?

  จะทำธุรกิจส่วนตัวอะไรดี?


ใคร ๆ ก็อยากเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัว 
แต่ปัญหาคือไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร?
 ที่สำคัญไม่รู้จะทำอะไร? 
จะขายของก็ไม่รู้จะขายอะไร

   ขั้นตอนแรกที่จะช่วยให้คุณรู้ว่าจะทำธุรกิจอะไรดี นั่นก็คือ ขุด ขุด ขุด ความคิด ขั้นตอนนี้สำคัญมาก สำหรับเจ้าของธุรกิจหน้าใหม่ที่จะต้องรู้จักคิดให้เป็น..พูดก็ง่าย คำถามคือแล้วจะคิดกันอย่างไร?



ภาพจาก https://www.pexels.com


   เริ่มต้นก็คือ จงมองหาสิ่งที่คนอื่นไม่ทำ จำไว้ให้ขึ้นใจว่าการตลาด คือการตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้า และการเข้าไปแก้ไขปัญหาให้ลูกค้า สมมติคุณขายอาหาร คุณจะต้องคิดว่าจะเน้นอะไร เช่น ไม่เน้นอร่อย (เพราะอร่อยอยู่แล้ว) แต่เน้นความสะอาด หรือไม่เน้นสะอาดแต่เน้นปริมาณ กินทีอิ่มไปทั้งวัน ปัญหาคือไม่ว่าคุณจะเน้นอะไร คนอื่นเขาก็ทำหมดแล้ว แล้วจะทำอย่างไรต่อไปดี คุณอาจพลิกไปอีกว่าคุณเน้นความสะดวก ใครมาร้านคุณ ได้อาหารเร็ว แพ็กใส่กล่องกลับบ้านก็สะดวก แกะกล่องง่าย อาหารสดสะอาด คุณต้องพยายามหาจุดเด่นให้ได้สักอย่าง

   ทุกอย่างของสินค้าต้องเน้นที่ลูกค้าพอใจ ไม่ใช่ที่คุณพอใจ

    สินค้าที่คุณเลือก นอกจากจะเป็นประเภทที่ต้องตอบสนองความพอใจลูกค้าแล้ว อีกประเภทหนึ่งคือแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้ เช่น แต่ก่อนคนซักผ้าด้วยมือ นานวันก็ซักไม่ไหว ก็มีผู้ผลิตเครื่องซักผ้ามาแก้ปัญหาให้ คนอยู่บ้านคนเดียว ขี้เกียจทำอาหาร และไม่อยากออกไปซื้ออาหารนอกบ้าน ก็มีผู้ผลิตอาหารแช่แข็ง อาหารแช่เย็นหลากหลายเมนูเหมือนที่ร้านอาหาร แค่ใส่เวฟก็รับประทานได้ทันที ทำให้มีผู้นิยมอย่างมากในยุคปัจจุบัน
เภาพจาก https://www.pexels.com


  จะเห็นได้ว่าถ้าสินค้าของคุณแก้ปัญหาบางอย่างให้ลูกค้าได้ ก็ขายได้

  สิ่งที่ต้องระวังคือบางความคิดของคุณ อาจจะมีคนมองว่าไอ้นี่บ้า หรือฝันเฟื่องเกินไป คิดมาแล้วใครจะใช้ใครจะซื้อ (ของมึง) ดังนั้นถึงแม้สินค้าคุณจะแก้ปัญหาได้ ก็ต้องตอบให้ได้ว่ากลุ่มลูกค้าคุณเป็นใคร ตัวอย่างเก๋ไก๋ที่คนชอบยกมาเล่าให้ฟังคือ แม่บ้านญี่ปุ่นที่ก็เหมือนแม่บ้านทั่วไป ที่เวลาตากผ้า ก็ต้องแขวนไม้แขวนเสื้อบนราวตากผ้า แต่เวลาลมพัด ไม้แขวนเสื้อก็จะรูดไปรวมกัน ผ้าก็ไม่แห้ง แม่บ้านคนนี้คิดวิธีแก้ปัญหาตัวเองคือทำตัวล็อกราวแขวนเสื้อ โดยด้านล่างตัวล็อกทำเป็นห่วงไว้แขวนไม้แขวนเสื้ออีกที คราวนี้ลมพัดไม้แขวนเสื้อก็ไม่มีวันไปรวมกันอีก ที่จำได้คือสินค้าตัวนี้ของเธอได้รับความนิยมจากแม่บ้านทุกคน ทำให้เธอร่ำรวยจากไอเดียผลิตสินค้าแก้ปัญหาตัวนี้นี่เอง

 ดังนั้นนับจากวันนี้เป็นต้นไป จงคิด คิด และคิด หาสินค้าที่สร้างความพอใจให้ลูกค้า คิดไม่ออกก็คิดต่อไปถึงสินค้าที่แก้ปัญหาให้ลูกค้า...สองสูตรนี้แหละหนา..ที่จะพาคุณค้นพบธุรกิจส่วนตัวได้แน่นอน


  อย่าหยุดคิด..คิด คิดอะไรออก ก็ขอให้จดบันทึกไว้ก่อน แล้วมาคัดกันอีกที จะต้องมีสักวัน และมีสักความคิดหนึ่งที่โดน..โดนเข้าแล้ว..แน่นอน
เชียร์สุดใจ..ขอให้ผู้อ่านได้เป็นเจ้าของธุรกิจสมปรารถนากันทุกคน.. ^  ^

(สนใจเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัว แนะนำให้อ่านหนังสือ จุดประกายความคิดสร้างธุรกิจส่วนตัว เขียนโดย ณัฐพล ประดิษฐ์ผลเลิศ )


วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2558

แชทแบบนี้..รักชัวร์


เคยไหมระหว่างก้มหน้าก้มตาแชทกันเป็นชั่วโมงๆ แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายกำลังสนใจเราหรือเปล่า คุยไปคุยมา ยังไม่มีทีท่าว่าเขาจะสนใจเราไหม อย่าเพิ่งท้อใจ ! เรามาถอดรหัสข้อความแชท..ว่าสาวคนนั้นรักคุณหรือเปล่า
ภาพจาก https://www.pexels.com


อ่านนี่เลยรหัสลับจากการส่งข้อความที่แสดงว่าอีกฝ่ายกำลังสนใจคุณสุดๆ ขอให้คุณสังเกตุข้อความดังต่อไปนี้ เช็คดูซิมีบ้างไหม

1. ถ้าสาวคนนั้นสนใจคุณ เธอจะพิมพ์แบบพรั่งพรูข้อความยาวๆ มาตลอด การที่ใครจะพิมพ์หาใครประโยคยาวๆ แสดงว่ามีความต้้งใจคุยมาก ลองเช็คดูซิ เธอพิมพ์ข้อความยาวๆ ถึงคุณป่ะ ถ้าใช่นี่คือสัญญาณว่าเธอสนใจคุณ

2. สาวไหนชอบคุณ เธอมักจะส่งภาพน้องหมาน้องแมวตัวโปรดมาให้ดู นั่นแสดงว่าเขาหรือเธออยากให้อีกฝ่ายประทับใจในความน่ารักของน้องแมวน้องหมาเช่นกัน ลองย้อนไปดูประวัติการแชตว่าเคยได้รับภาพน้องแมวบ้างไหม 

3.มองดูซิ เธอชอบส่งรูปสติ๊กเกอร์คนยิ้มมาให้หรือเปล่า หรือสัญลักษณ์คนอมยิ้มมาให้คุณบ่อยๆ ถ้าใช่นี่คือการถอดรหัสข้อความแชท เธอกำลังสนใจคุณ ลองย้อนไปนับภาพคนอมยิ้มสิมีกี่อัน

4.ถ้าชอบแน่ๆ ขอให้สังเกตว่าเธอเคยส่งภาพตัวเองแบบน่ารักๆ มาให้คุณดูไหม ถ้าส่งมาแสดงว่าเธอสนใจคุณแน่นอน ที่สำคัญขอให้เก็บไว้ดูคนเดียว ไม่ต้องส่งต่อ มิเช่นนั้นเธออาจจะโกรธคุณได้ 

5.ถ้าเขาหรือเธอโพสต์ภาพในอินสตราแกรม แล้วภาพนั้นมันเกี่ยวข้องกับคุณด้วย คือคุณมีส่วนร่วมในเวลานั้นด้วย ถ้าเขาหรือเธอโพสต์ภาพแบบนี้บ่อยๆ  ขอให้อ่านใจสาวได้เลยว่าเขาหรือเธอมีแนวโน้มชอบคุณแน่


6.ข้อสุดท้ายของการอ่านใจสาวจากข้อความที่เธอแชทก็คือ ถ้าเธอชอบส่งข้อความมาตอนดึกมากๆ ดึกสงัด..เช่นเที่ยงคืนพอดี ตีหนึ่งพอดี เวลาที่ทำให้คุณรู้สึกแปลกใจเมื่อได้รับข้อความ แสดงว่าเธอคิดถึงคุณแน่ อยากให้คุณรู้สึกพิเศษกับเธอ


       เห็นไหม? ข้อความในแชทบอกความรู้อะไรหลายอย่าง ลองสังเกตให้ดี ถ้ามี 6 ข้อครบถ้วน โอแม่เจ้า..เราขอถอดรหัสข้อความแชท. "เธอหลงรักคุณ" เข้าแล้วล่ะ 


อ่านเรื่องต่อไป วิธีหาผู้ชายดีๆ ต้องหาจากผู้ชายที่มีแฟนอยู่แล้ว !

วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2558

มาล้างพิษอวัยวะต่างๆ ในร่างกายด้วยอาหารกันเถอะ



                ช่วงนี้หันไปทางไหนก็ได้ยินแต่ข่าวคนเสียชีวิตด้วยโรคร้ายต่างๆ โดยเฉพาะโรคมะเร็ง สาเหตุหนึ่งน่าจะมาจากอาหารที่เรารับประทานเข้าไปสะสมในร่างกายทุกวัน  สะสมพิษวันละเล็กละน้อยบ่อยๆ เข้าก็กลายเป็นพิษมากจนสามารถทำให้เราป่วยไข้ และทำให้เซลล์ในร่างกายทำงานผิดปกติ 

              ดังนั้นก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป วันนี้เรามาล้างพิษในร่างกายให้พิษมันออกจากตัวไปบ้างดีกว่า  เรามาหาวิธีง่ายๆ ล้างพิษร่างกายด้วยการกินอาหาร ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายและปลอดภัย ที่สำคัญทำได้ทุกวันที่อยากทำ หากหมั่นกินเป็นประจำ จะช่วยลดสารพิษในร่างกายเราได้ นั่นหมายถึงช่วยลดโรคภัยไข้เจ็บและโรคร้ายๆที่จอาจเกิดขึ้นในอนาคตของเรา




(ภาพจาก http://holisticmenopause.com/blog/)


หากต้องการล้างพิษเลือด ให้กินกระเทียม ถั่ว เต้าหู้ บร็อคโคลี่ ผักใบเขียว
ล้างพิษตับ ให้กินอะวาคาโด ชาเขียว กะหล่ำปลี ยอดผักอ่อน ผลไม้รสเปรี้ยว อาร์ติโชค
ล้างพิษไต ให้กิน หัวหอม พริกหยวก น้ำมันมะกอก ปลา กะหล่ำ ผักใบเขียว บลูเบอร์รี่ กระหล่ำดอก องุ่น เชอร์รี่
ล้างพิษน้ำเหลือง ให้กิน แครอท เนื้อวัว สตรอเบอรรี่ มะเขือเทศ ผักแอสพารากัส
ล้างพิษถุงน้ำดี ให้กินมันเทศ  หัวผักกาด มะนาว แอ๊ปเปิ้ล แตงกวา
ล้างพิษตับอ่อน ให้กิน มันฝรั่ง บร็อคโคลี กระเทียม เต้าหู้   บลูเบอร์รี่ ผักใบเขียว
ล้างพิษลำไส้ ให้กิน ข้าวโอ๊ต ผลไม้สด ผักและเมล็ดธัญพืช โยเกิร์ต
        

     พืชผักบางอย่างเช่น ผักสีเขียว สามารถช่วยล้างพิษให้อวัยวะได้หลายอย่างทีเดียว ดังนั้นทุกมื้ออาหารอย่าลืมทานผัก..เพียงแค่นี้ก็ถือเป็นการเริ่มต้นลดสารพิษในร่างกายที่ดีแล้วล่ะ 


วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

เทวดาประจำตัวมีจริงไหม?



                เทวดาประจำตัว เป็นเรื่องที่มีคนพูดถึงบ่อยๆ บางคนก็เชื่อเพราะมีประสบการณ์ด้วยตัวเอง บางคนก็หัวเราะเยาะเห็นเป็นเรื่องงมงายเวลาได้ยินใครพูดถึงเรื่องนี้ จริงหรือไม่จริงไม่มีใครยืนยันได้ แต่ความจริงสิ่งหนึ่งที่เราควรยอมรับคือ “สิ่งที่เรามองไม่เห็นไม่ใช่ว่าจะไม่มีจริง”ยกตัวอย่างง่ายๆ  เรามองไม่เห็นเชื้อโรคด้วยตาเปล่า แต่เชื้อโรคก็ยังมีอยู่มากมายมหาศาล เมื่อใช้กล้องจุลทัศน์ส่องขยาย กายทิพย์ กายละเอียด ก็อาจมีอยู่จริงแต่ไม่มีใครผลิตกล้องส่องละเอียดจนมองเห็นได้ และระดับความสามารถการมองเห็นของคนปกติก็ไม่สามารถมองเห็น

เทวดาประจำตัวของเราอยู่ที่ไหน?
                ชื่อท่านก็บอกอยู่แล้วว่า เทวดาประจำตัว ท่านก็น่าจะอยู่ใกล้ตัวเรา  จากหนังสือ “ไขปัญหาความเชื่อ” ของท่านพระมหาสมชายฐานวุฑโฒ  หน้า 105 ได้เล่าไว้ตอนหนึ่งว่า 
               "หากเราสังเกตให้ดีจะพบว่า ตัวเราเองตั้งแต่เล็กจนโต มีหลายครั้งที่เราน่าจะแย่ไปแล้ว เช่น น่าจะตกบันได น่าจะตกบ่อต่อหลุม น่าจะถูกรถชน แต่ก็บังเอิญรอดมาได้ บางคนตกบันไดกลิ้งลงพื้นกระเด้งกระดอน แต่พอดีเสื้อไปเกี่ยวติดกับตะปู ตัวห้อยต่องแต่งแต่รอดมาได้ ทำไมถึงบังเอิญรอดมาได้" (เรื่องเหล่านี้เรายังคงเคยอ่านเจอในข่าวหนังสือพิมพ์ ที่บางคนรถคว่ำหมุนหลายตรลบ บางคนรอดได้อย่างน่าปาฏิหาริย์ หรือบางคนเจอเหตุการณ์ร้ายแรงแต่ก็รอดมาได้อย่างไม่น่าเกิดขึ้นได้)

                เรื่องนี้อาจกล่าวได้ว่า  เทวดาเขาอยากได้บุญ แต่เทวดาเป็นกายละเอียด อยู่ในช่วงเสวยผลบุญ จะไปประกอบบุญเองมันไม่ถนัด เขาจึงใช้วิธีการสร้างบุญโดยดูว่าใครที่เป็นคนดี เขาก็จะลงมารักษา คุ้มครองปกป้องให้พ้นภัย แล้วพอคนนั้นไปทำความดี เทวดาที่คุ้มครองก็จะได้ส่วนบุญด้วย ในฐานะที่เขาเป็นผู้คุ้มครองอำนวยความสะดวกให้

                พวกเราทุกคนล้วนเป็นคนดี แต่จะดีมากหรือดีน้อยก็วัดดีกรีความดีในตัวเองดูก็แล้วกัน เพราะเราต้องมีดีบ้างถึงได้มาอยู่ตรงจุดนี้ได้ ซึ่งถ้าเราทำความดีมากๆ ก็จะมีเทวดาลงรักษา  โดยเทวดาที่ลงรักษาก็จะเป็นเทวดาที่มีศักดิ์ใหญ่มีฤทธิ์มาก แต่ถ้าเรามีความดีน้อย เทวดาที่ลงรักษาก็ศักดิ์สิทธิ์น้อย
ทำความดีให้มาก แล้วเทวดาจะรักษาท่าน

                  พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า ที่ลับไม่มีในโลก เราทำอะไรก็ตาม อย่าคิดว่าไม่มีใครเห็น กายละเอียดเขาเห็น เทวดาเขาเห็น แต่มนุษย์มองไม่เห็นเขาเท่านั้นเอง คนโบราณถึงบอกไว้ว่า “ทำอะไรให้อายผีสางเทวดาบ้าง”

   ถ้าเทวดาไม่มีจริง คงไม่มีคำนี้ติดปากพวกเรามานานขนาดนี้
 เทวดาก็น่าจะมีอยู่จริง... เทวดาประจำตัวก็น่าจะอยู่ใกล้ๆเรา

เราจะพิสูจน์สิ่งนี้ได้อย่างไร?
คำตอบง่ายๆ คือ เราต้องลองทำความดีทุกวัน ทำบ่อยๆ ทำไม่หยุด
เทวดาประจำตัว ต้องใจอ่อน..ท่านต้องช่วยให้เราได้ดีและสมหวังในทุกสิ่งที่เราปรารถนา
อันนี้มั่นใจ..ฟันธงได้เลย...




วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2558

อาชีพไหนเงินเดือนสูงปรี๊ด แถมคนทำยังไม่เครียด


  การเลือกอาชีพก็สำคัญ ลองดู 10 อาชีพที่ได้ค่าตอบแทนมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา เผื่อจะเป็นแรงบันดาลใจให้คุณเตรียมตัวเปลี่ยนอาชีพในอนาคต เลือกอาชีพเงินสูงปรี๊ดเข้าไว้

อาชีพเงินเดือนสูงปรี๊ดอันดับแรก
1. สถาปนิกซอฟต์แวร์ (Software Architect)

ได้รับเงินเดือนเฉลี่ย 124,000 ดอลลาร์สหรัฐ
เงินเดือนที่ได้รับสูงสุด 169,000 ดอลลาร์สหรัฐ
อัตราการเติบโตของอาชีพนี้ใน 10 ปี 23%

อาชีพเงินเดือนสูงปรี๊ดอันดับสอง
2. ดีไซเนอร์วีดีโอเกม (Video Game Designer)

ได้รับเงินเดือนเฉลี่ย 79,900 ดอลลาร์สหรัฐ
เงินเดือนที่ได้รับสูงสุด 115,000 ดอลลาร์สหรัฐ
อัตราการเติบโตของอาชีพนี้ใน 10 ปี 19%

อาชีพนี้คล้ายๆ กับเป็นผู้กำกับหนัง เพราะต้องรับผิดชอบให้การสร้างเกมส์ทั้งหมดออกมาเป็นภาพ และเป็นคนนำทีมโปรแกรมเมอร์ ดีไซน์เนอร์ และศิลปินที่ทำเกมส์ให้สร้างงานออกมาเป็นภาพทั้งหมด

อาชีพเงินเดือนสูงปรี๊ดอันดับสาม
3. แลนด์แมน (Landman)

ได้รับเงินเดือนเฉลี่ย 103,000 ดอลลาร์สหรัฐ
เงินเดือนที่ได้รับสูงสุด 160,000 ดอลลาร์สหรัฐ
อัตราการเติบโตของอาชีพนี้ใน 10 ปี 13%

แลนด์แมนคือ อาชีพที่ต้องต่อรองเงื่อนไขการเช่าที่ ระหว่างบริษัทที่ทำธุรกิจด้านน้ำมันและแก๊สกับเจ้าของที่ดินที่มีทรัพยากรเหล่านั้นอยู่ อาชีพนี้ต้องเดินทางไปตามเมืองต่างๆ เพื่อหาผู้ที่มีทรัพยากรและต้องการขาย จากนั้นเป็นคนพาไปเจอกับบริษัทที่ทำธุรกิจด้านน้ำมันและแก๊ส

อาชีพเงินเดือนสูงปรี๊ดอันดับสี่
4. นายหน้าสิทธิบัตร (Patent Agent)

ได้รับเงินเดือนเฉลี่ย 126,000 ดอลลาร์สหรัฐ
เงินเดือนที่ได้รับสูงสุด 182,000 ดอลลาร์สหรัฐ
อัตราการเติบโตของอาชีพนี้ใน 10 ปี 13%

นายหน้าสิทธิบัตรจะทำหน้าที่พิจารณาสิ่งประดิษฐ์ที่ควรจดสิทธิบัตร คอยเตรียมข้อมูลและใบขอจดสิทธิบัตรให้กับนักประดิษฐ์ เพื่อขอสิทธิบัตรกับสนำนักงานเครื่องหมายการค้าและสิทธิบัตร สหรัฐฯ (U.S. Patent & Trademark Office)

อาชีพเงินเดือนสูงปรี๊ดอันดับห้า
5. ผู้บริหารโรงพยาบาล (Hospital Administrator)

ได้รับเงินเดือนเฉลี่ย 114,000 ดอลลาร์สหรัฐ
เงินเดือนที่ได้รับสูงสุด 207,000 ดอลลาร์สหรัฐ
อัตราการเติบโตของอาชีพนี้ใน 10 ปี 23%

อาชีพเงินเดือนสูงปรี๊ดอันดับหก
6. ผู้จัดการปรับปรุงองค์กร (Continuous Improvement Manager)

ได้รับเงินเดือนเฉลี่ย 96,600 ดอลลาร์สหรัฐ
เงินเดือนที่ได้รับสูงสุด 130,000 ดอลลาร์สหรัฐ
อัตราการเติบโตของอาชีพนี้ใน 10 ปี 12%

อาชีพเงินเดือนสูงปรี๊ดอันดับเจ็ด
7. ผู้เชี่ยวชาญด้านการพยาบาล (Clinical Nurse Specialist)

ได้รับเงินเดือนเฉลี่ย 89,300 ดอลลาร์สหรัฐ
เงินเดือนที่ได้รับสูงสุด 130,000 ดอลลาร์สหรัฐ
อัตราการเติบโตของอาชีพนี้ใน 10 ปี 19%

อาชีพเงินเดือนสูงปรี๊ดอันดับแปด
8. นักพัฒนาฐานข้อมูล(Database Developer)

ได้รับเงินเดือนเฉลี่ย 88,200 ดอลลาร์สหรัฐ
เงินเดือนที่ได้รับสูงสุด 126,000 ดอลลาร์สหรัฐ
อัตราการเติบโตของอาชีพนี้ใน 10 ปี 23%

อาชีพนี้มีหน้าที่ทำให้บริษัทต่างๆ เข้าถึงข้อมูลที่บริษัทนั้นๆ เก็บเกี่ยวกับลูกค้าได้ โดยเป็นข้อมูลที่จัดระเบียบได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้บริษัทนั้นๆ ได้ใช้ข้อมูลนั้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลกำไรของบริษัท

อาชีพเงินเดือนสูงปรี๊ดอันดับเก้า
9. นักวิเคราะห์ข้อมูลในการทำประกัน (Info Assurance Analyst)

ได้รับเงินเดือนเฉลี่ย 96,400 ดอลลาร์สหรัฐ
เงินเดือนที่ได้รับสูงสุด 126,000 ดอลลาร์สหรัฐ
อัตราการเติบโตของอาชีพนี้ใน 10 ปี 37%

สุดท้ายอาชีพเงินเดือนสูงปรี๊ดอันดับสิบ
10. ครูสอนโยคะ/พิลาเทีส (Pilates/Yoga Instructor)

ได้รับเงินเดือนเฉลี่ย 62,400  ดอลลาร์สหรัฐ
เงินเดือนที่ได้รับสูงสุด 119,000 ดอลลาร์สหรัฐ
อัตราการเติบโตของอาชีพนี้ใน 10 ปี 13%

พอจะมีอาชีพเงินเดือนสูงปรี๊ดอันไหนที่คุณจะพอทำได้ไหม? ถ้ามีก็รีบหันหัวไปทางนั้นเลยนะ

ขอบคุณข้อมูล จากหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ
อ่านข้อมูลทั้งหมดจากที่นี่
http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1433497396



วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ทำไมเขาถึงไม่รักเรา..ทำอย่างไรให้เขากลับมา

   นี่คือคำถามยอดฮิตสำหรับคนที่กำลังจะเสียคนรัก !
ทำไมคนที่เคยรักเรา.. อยู่ๆ ทำไมเขาถึงไม่รักเราแล้ว?
จากการรวบรวมคำตอบมีอยู่ 2 เหตุผลคือ
1. เขาหรือเธอเบื่อคุณ จากเบื่อน้อยค่อยๆสะสมเป็นเบื่อมากจนมาถึงโคตรเบื่อมากถึงมากที่สุด และลุกลามบานปลายมาจนถึงอยากเลิกในที่สุด อันนี้คุณต้องรีบสำรวจตัวเองว่าทำตัวน่าเบื่อตรงไหนบ้าง แล้วแก้ไขตัวเอง ปัญหาอาจคลี่คลายลงไปได้ แต่บางคนสำรวจแล้วบอกว่า "ไม่มีเลย กูดีทุกอย่างเลย มันแหละเลวมองไม่เห็นคุณค่า" หากตอบประมาณนี้ ก็อย่าหวังเลยว่าจะได้กลับมาคืนดีกัน ! เพราะปัญหาความเบื่อหน่ายยังไม่ได้แก้ไข ต่างคนต่างถือดี ขอให้ลองสำรวจดูใหม่ว่าคุณและเขาชอบขัดแย้งกันด้วยเรื่องอะไรบ้าง ลิสต์รายการออกมาตั้งแต่เรื่องเล็กไปจนถึงเรื่องใหญ่ ทะเลาะกันหรือไม่พอใจกันด้วยเรืื่องอะไรบ่อยๆ บ้าง สำรวจพบแล้วก็พยายามปรับปรุงตัวเองก่อนว่าพอจะปรับอะไรได้ไหม อย่าเพิ่งไปโทษอีกฝ่าย โอกาสรอดก็ยังพอมี อาจจะกลับมาปรับความเข้าใจกัน ต่างคนต่างพยายามช่วยกันลดนิสัยที่สร้างความเบื่อหน่ายกันและกันลงไป และสุดท้ายหากสถานการณ์ดีขึ้นเรื่อย ๆ ก็มีโอกาสจะกลับมาเริ่มต้นรักกันใหม่

2. เขาหรือเธอเจอคนที่ชอบมากกว่าคุณ อันนีุ้ถือว่าซวยแล้ว เพราะต่อให้คุณแสนดีแค่ไหน ในยามนี้เขาหรือเธอกำลังหน้ามืดตามัวมองไม่เห็นคุณแล้ว เพราะไปมองเป้าหมายอื่นแทนคุณ อันนี้โจทย์ยากขึ้น เพราะมีบุคคลที่สามมาเกี่ยวข้อง ถ้าบ้านเมืองไม่มีขื่อมีแป เราอาจเดินไปตบอีมือที่สามให้หน้าคว่ำว่าอย่ามายุ่งกะของๆช้าน แต่คงช่วยอะไรไม่ได้ เพราะอีมือที่สามได้จับมือกับอีมือที่หนึ่ง สมรู้ร่วมคิดกันทำการหยามน้ำใจคุณ จะโทษคนอื่นไม่ได้ต้องโทษพร้อมกันสองคน หากคุณยังรักคนที่หักหลังคุณอยู่ก็ต้องทำใจ หาวิิธีทำให้เขากลับมาให้ได้

 ทำอย่างไรให้เขากลับมาหาคุณอีก?
     1 รอให้สำนึก อันนี้ออกแนวไม่ต้องทำอะไรหวังจับเสือมือเปล่า ยืนทำท่าหล่อๆสวยๆนิ่งๆ  ปล่อยให้เขาและเธอเริงร่าจนสุดติ่งกระดิ่งแมว รอจนกว่าเขาจะสำนึกว่าโอววว..แม่เจ้า แท้จริงแล้วคนที่ดีคู่ควรกับเขาคือ คุณนั่นเอง ! วิธีนี้อาจต้องอดทนกับการรอคอย และบางครั้งการรอคอยไม่ได้ช่วยอะไรเลย ถ้าหากเขากลับยิ่งค้นพบว่า ต๊ายยย... หลงอยู่กับนางนี่ตั้งนาน..เพิ่งรู้ว่ามีคนดีๆ ที่คู่ควรกับฉัน.. หากจบหักมุมแบบนี้แน่นอนคุณจะได้กินแห้ว

     2 ทิ้งไพ่ไม้ตาย ให้เลือกว่าจะเลือกใคร หากเลือกวิธีการนี้ คุณต้องโคตรมั่นใจเลยว่าคุณมีดีเหนือกว่าคู่แข่งมาก ๆ ต้องลองสำรวจว่า คุณมีดีหลายอย่างเมื่อเท่ียบกับคู่แข่ง เช่น ทั้งหล่อทั้งสวย รวย นิสัยดี มีชาติตรกูล ฉลาด บุคลิกดี การงานดี โด่งดัง มีความสามารถ น่ารัก ทำกับข้าวเก่ง ช่างเอาอกเอาใจฯลฯ และแม้จะพิจารณาแล้วว่าเหนือกว่าทุกอย่าง  แต่เดี๋ยวก่อน !! อย่าเพิ่งไว้ใจว่าเขาจะเลือกคุณ เพราะบางทีคนที่คุณรักอาจเบื่อความสมบูรณ์แบบแสนเปอร์เฟคเอ็กคลูซีฟแบบนี้เต็มที เบื่ออีพวกดีเลิศเลอเสีียทุกอย่าง จนเขาไม่ค่อยมีค่าอะไรเลยเมื่อเทียบกับคุณ  เขาอาจอยากได้คนธรรมดาๆ ที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างเขาตลอดเวลา รับฟัง และเห็นคุณค่าในตัวเขาบ้าง คุณต้องประเมินสถานการณ์ให้ดีก่อนจะเลือกวิธีนี้ เพราะหากเขาไม่เลือกคุณ คุณจะหน้าแหกแตกเป็นเสี่ยง

  3 ยังรักและปรารถนาดีเหมือนเดิมเสมอ วิธีนี้ออกแนวนางเอกแสนดี ไม่ว่าจะเจ็บแค่ไหน ไม่เคยปริปากต่อว่าสักคำ ยืนยิ้มเย้ยฟ้าท้าดินอย่างทรนงองอาจ  หนำซ้ำยังแสดงความปรารถนาดีกับเขาหรือเธอที่หักหลังคุณด้วยรอยยิ้มอันเปี่ยมไปด้วยเมตตาธรรม ราวกับเขาหรือเธอไม่เคยทำให้คุณเจ็บ ความดีที่เสมอต้นเสมอปลายราวแม่พระนี้เอง จะทำให้เขาหรือเธอไม่มีวันลืมคุณลง บางคนจะเริ่มละอายสำนึกผิด และบางคนจะกลับมาหาคุณในที่สุด เพราะพ่ายแพ้นางเอกแสนดีอย่างคุณ

4 กำจัดมันให้สิ้นแผ่นดินไทย วิธีนี้ออกแนวโหด ประมาณตามล่าไปให้ถึงที่ จับให้ได้คาหนังคาเขา ล้อมปราบไล่ตีให้อีกฝ่ายให้พ่ายกระเจิงแตกทัพไป พร้อมทั้งเฝ้าเกาะติดตลอดไม่ยอมให้ไปหาคนอื่น อีกทั้งยังตามล้างตามผลาญจนพวกเขาสองคนอยู่ด้วยกันไม่ได้ วิธีีนี้ออกแนวดุดัน ดังนั้นจึงได้ผลรวดเร็วทันใจ จนอีกฝ่ายทนไม่ไหวต้องยอมเลิกราในที่สุด และอีกฝ่ายมักจะเดินคอตกกลับคืนรัง เมื่อกลับมาสู่อ้อมอกคุณแล้ว คราวนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณว่าจะทำดีกับเขาอย่างไรให้อยู่กับคุณตลอดไป

    สุดท้ายแล้วถ้าหากทำอย่างไรก็แล้วเขาและเธอยังคงดื้อด้านไม่ยอมกลับมาเสียที..
      วิธีสุดท้ายที่ดีที่สุดคือ "ทำใจ" 
     ไม่มีเขา..เราก็ไม่ตายหรอก..
      อย่าไปเสียดายเลย คนที่ไม่ได้รักเรา..เอาไปฆ่าให้ตายเขาก็ไม่รัก..
     ลองรักตัวเอง..ทำตัวเองให้ดีกว่าเดิม..คุณอาจจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดีกว่าตอนมีเขาหรือเธออยู่ด้วยก็ได้ กลับมาเป็นโสดอีกครั้ง ดีจะตายไป จริงไหมล่ะ?